4 องค์กรหลักแม่โจ้ ออกโรงโต้กรณี กกอ.เสนอใช้ ม 44 จัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

0
128

 

4 องค์กรหลัก ม.แม่โจ้ ตั้งโต๊ะแถลงกรณี กกอ.เสนอใช้ ม.44 จัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมภิบาลของมหาวิทยาลัย กรณีการนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ส่วนตัวและทอดผ้าป่า ยืนยันความโปร่งใส ขณะเดียวกันร่วมประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องความถูกต้องเป็นธรรม เตรียมดำเนินการทางกฎหมายเอาผิดคนบิดเบือนข้อมูลใส่ร้าย

4 มิ.ย.61 ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ โนรี นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนายอภิสิทธิ์ เสนามาตย์ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)มีการเสนอให้มีการใช้ ม.44   เพื่อจัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมภิบาลในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากกรณีที่มีการกล่าวหากรณีการนำรถยนต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยไปใช้ทั้งที่ได้เลือกรับค่าตอบแทนเหมาจ่ายการจัดหารถประจำตำแหน่งอธิการบดีแล้ว และการขอใช้รถยนต์ส่วนกลาง พนักงานขับรถ น้ำมันเชื้อเพลิง และเบี้ยเลี้ยงพนักงานขับรถ ไปใช้ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี

 ทั้งนี้กรณีการนำรถยนต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยไปใช้ทั้งที่ได้เลือกรับค่าตอบแทนเหมาจ่ายการจัดหารถประจำตำแหน่งอธิการบดีแล้วนั้น สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำเนินการมอบหมายให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จัดหาทีมงานเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล และทางสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงได้แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ทราบแล้ว ขณะที่กรณีการขอใช้รถยนต์ส่วนกลางไปทอดผ้าป่านั้น ได้ดำเนินการมอบหมายให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จัดหาทีมงานเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลและยังได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงซึ่งผลการไต่สวนพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล และผลการพิจารณาดังกล่าวสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้พิจารณาเห็นชอบแล้วและได้แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ สกอ.และ ป.ป.ช.ทราบแล้ว

               

 

              ขณะที่จากการตรวจสอบในสำนวนการสอบสวนของคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติกับสำนวนการสอบสวนของสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ทั้ง 2 ชุด และในรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานของ ป.ป.ช. พบว่ามีความต่างกันอย่างมากในเรื่องของกลุ่มพยานบุคคลและเนื้อหาในคำให้การของพยานบุคคลกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในเอกสารของทางราชการ อีกทั้งสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้บริหารมหาวิทยาลัยตามที่ได้มีการกล่าวหาว่ามีการกลั่นแกล้งบุคลากร ซึ่งพบว่ามิได้มีการกระทำตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด จึงมีมติรับทราบรายละเอียดตามหนังสือ(ลับ)ที่ สกอ.แจ้งมา

 

              โดยกรณีดังกล่าวสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้พิจารณาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและไต่สวนพร้อมทั้งแจ้งผลให้กับ สกอ.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เมื่อวันที่ 30 ก.ย.58 และวันที่ 13 ม.ค.60 ตามลำดับไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อกรณีดังกล่าวได้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ป.ป.ช.รวมทั้งทาง สกอ. ได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรให้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. โดยสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ไม่อาจก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือเมื่อ ป.ป.ช.ร้องขอเอกสารหรือข้อมูลอื่นใดที่จะมีผลต่อการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างยุติธรรมทั้งสองฝ่าย

 

              นอกจากนี้ภายหลังการชี้แจงแล้วทางตัวแทน 4 องค์กรหลักของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประกอบด้วยสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะกรรมการผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ ระบุว่า กรณีการนำเสนอข่าวดังกล่าวกล่าวหาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงขอแสดงจุดยืนเรียกร้องความถูกต้องและเป็นธรรมเพื่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย โดยจะร่วมมือการดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีรวมตลอดถึงบุคคลที่ไม่มีตัวตนแอบอ้างความเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยและผู้แสดงข้อความที่บิดเบือนและไม่เป็นความจริงกล่าวหามหาวิทยาลัย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here