เตรียมฟื้นชีวิตต้นยางนาอายุ 100 ปี รอบแยกกองทราย สารภี หลังตัดแล้วถูกวิจารณ์หนัก

0
163

หมอต้นไม้จับมือแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ฟื้นชีวิตต้นยางนาร้อยปีกว่า 20 ต้น รอบแยกสี่แยกกองทราย หลังจากถูก อบจ ตัด แล้วถูกวิจารณ์หนักว่าไม่ควรเพราะต้นไม้ยังไม่ตาย

4 มี.ค. 62 คืบหน้ากรณีที่ ทีมช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่หรือ อบจ.เชียงใหม่ ได้ทำการตัดต้นยางนาอายุ 100 ปีบริเวณสี่แยกกองทราย จุดตัดถนนเชียงใหม่-ลำพูน(สายเก่า) กับถนนวงแหวนรอบนอกเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปี จำนวน 2 ต้น จนเหลือแต่ตอสูงประมาณ 4 เมตร โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากต้นยางนานั้นต้นหนึ่งตายแล้วและอีกต้นมีสภาพที่มีโพรงอยู่ข้างในและอาจจะหักโค่นได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเมื่อถูกเผยแพร่ออกไปก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนัก ว่าน่าจะมีวิธีที่จะดูแลรักษาต้นยางนาที่ยังไม่ตายด้วยวิธีการที่ดีกว่าการตัดทิ้ง

ในเรื่องดังกล่าวนี้ล่าสุดเมือ่สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หัวหน้าทีมหมอต้นไม้อาสา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการรักษาฟื้นฟูระบบรากและสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ต้นยางนา ถนนเชียงใหม่-ลำพูนพร้อมด้วย แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และ เครือข่ายเขียวสวยหอม และอาสาสมัครพิทักษ์ต้นยางนา ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพของต้นยางนา 2 ต้นที่ถูกตัดอีกครั้ง และพบว่าต้นยางนาที่อยู่ทางทิศตะวันออก มีหมายเลขที่เป็นเครื่องหมายคือหมายเลข 656 นั้นมีสภาพที่ตายแล้วจริง ส่วนอีกต้นที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกหมายเลขต้น  671 นั้นยังไม่ตายและมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการฟื้นฟูสภาพของต้นยางนาต้นดังกล่าวได้  ซึ่งจากนี้ไปก็จะมีการร่วมกันดำเนินการในการฟื้นฟูสภาพต้นยางนาต้นดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หัวหน้าทีมหมอต้นไม้อาสา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการรักษาฟื้นฟูระบบรากและสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ต้นยางนา ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ให้อยู่คู่ชุมชนอย่างปลอดภัย สวยงามและยั่งยืน กล่าวว่า จากการที่ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพต้นยางนานั้น นอกจากจะตรวจสอบทั้ง 2 ต้นที่ถูกต้นแล้ว ยังได้สำรวจต้นอื่นๆ ที่อยู่บริเวณสี่แยกกองทรายอีกประมาณ 20 ต้น ด้วยเบื้องต้นได้ข้อสรุปร่วมกันว่าในส่วนของต้นยางนาที่ถูกตัดนั้น ต้นที่ยังไม่ตายและยังมีโอกาสรอด ทางทีมงานหมอต้นไม้ โดยการสนับสนุนของทุกฝ่ายจะพยายามทำการการฟื้นฟูสภาพเพื่อให้รอดและยืนต้นอยู่ต่อไปได้    โดยเบื้องต้นนั้นทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 จะทำการเปิดพื้นผิวทางบริเวณรอบโคนต้น เพื่อเปิดหน้าดินให้สามารถทำการฟื้นฟูระบบราก จากนั้นเมื่อดำเนินการเสร็จจะทำการปิดพื้นผิวทางอีกครั้งจะใช้วัสดุเป็นคอนกรีตพรุนแทนวัสดุเดิม เพื่อให้อากาศและน้ำยังคงถ่ายเทบริเวณโคนต้นได้ ซึ่งจะเป็นผลดีทำให้ระบบรากของต้นยางนาสามารถหาอาหารได้ โดยที่คอนกรีตพรุนดังกล่าวนั้น มีต้นทุนสูงกว่าวัสดุปกติประมาณ 1.5-2 เท่าตัว แต่มีความทนทานและสามารถรองรับน้ำหนักของรถที่วิ่งผ่านไปมาได้เหมือนเดิม

ขณะเดียวกันหัวหน้าทีมหมอต้นไม้อาสา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้กล่าวด้วยว่า นอกจากต้นยางนาที่ถูกตัดและต้องทำการฟื้นฟูระบบรากเพื่อให้อยู่รอดยืนต้นอยู่ต่อไปได้แล้ว จากการสำรวจร่วมกันพบว่าบริเวณสี่แยกกองทราย ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ยังมีต้นยางนาอีกประมาณ 20 ต้น ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะยืนต้นตาย เนื่องจากบริเวณโคนต้นถูกปิดทับด้วยวัสดุพื้นผิวทาง และถูกน้ำหนักของรถราที่ผ่านไปมากดทับอยู่ตลอด จนดินที่อยู่ข้างใต้อัดแน่นและระบบรากไม่สามารถหาอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของต้นได้  โดยจากการหารือร่วมกันมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 พร้อมที่จะทำการเปิดพื้นผิวทางบริเวณรอบโคนต้นของต้นยางนาทั้งประมาณ 20 ต้นดังกล่าว รัศมีพอสมควร แล้วทำการใช้คอนกรีตพรุนเทปิดเป็นผิวทางแทนวัสดุเดิม แต่ในส่วนที่สามารถเปิดพื้นผิวให้เป็นแต่หน้าดินก็จะเปิดไว้ เพื่อประโยชน์สำหรับต้นยางนาในการหาอาหารและการดูแลบำรุงรักษา  อย่างไรก็ตามจะคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชนในการใช้เส้นทางด้วย ซึ่งการดำเนินการนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการอนุรักษ์ต้นยางนาบนถนนเชียงใหม่-ลำพูน และหากได้ผลเป็นที่น่าพอใจน่าจะมีการผลักดันขยายผลดำเนินการตลอดเส้นทางถนนนี้ต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here