อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเปิดศูนย์ประสานงานดับไฟป่า บูรณาการร่วมภาคประชาชน

0
48

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดศูนย์ประสานและสนับสนุนการดับไฟป่า เพื่อเป็นการป้องกันไฟป่า และบรูณาการร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายและภาคประชาชน ในการลาดตระเวนป้องปรามไฟป่าในพื้นที่

2 มี.ค. 62  ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวุฒิชัย โสมวิภาต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นายเศกรัฐ ไชยศิริ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย  พร้อมด้วยตัวแทนประชาชนในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ร่วมกัน แถลงข่าวเปิดศูนย์ประสานและสนับสนุนการดับไฟป่า พื้นที่ดอยสุเทพ-ปุย และมอบ น้ำดื่ม, ผ้าปิดปากกันฝุ่น, ไฟฉายคาดศีรษะ, อาหารสำเร็จรูป ให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดับไฟป่า ซึ่งสิ่งของในการมอบในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาครัฐ, ภาคประชาชน, องค์กรห้างร้านต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

นายวุฒิชัย โสมวิภาต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กล่าวว่าทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดที่ 1 ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลรับผิดชอบการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ร่วมกับหน่วยงานที่ใกล้เคียง 14 หน่วย โดยมีหน้าที่รณรงค์ป้องกันไฟป่า และลาดตระเวนป้องปรามพร้อมกับตรวจสอบจุด Hotspot ในพื้นที่ ตลอดจนตรวจหาไฟโดยรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ เพื่อเป็นการเข้าดับไฟป่าได้ทันที นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย  ยังบรูณาการร่วมกับหน่วยงานและภาคประชาชน อาสาสมัครตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่ารอบ ๆ อุทยานฯจำนวน 7 จุด

ด้านนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่าการเกิดไฟป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในช่วงนี้มีสถิติการเกิดไฟป่าในพื้นที่นี้น้อย ดังนั้นจึงทำให้เกิดการสะสมเศษใบไม้ที่เป็นเชื้อเพลงได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้าเกิดมีไฟป่าขึ้นอาจจะทำให้การเกิดการเผาไหม้ที่รุนแรงกว่าปกติ ดังนั้นจึงได้ให้เจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนตรวจสอบ และถ้าพบการเกิดไฟป่าก็ให้รีบดำเนินการดับไฟทันทีเพื่อไม่ให้มีการลุกลามเป็นบริเวณกว้างได้ ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.62 พบว่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยนั้นเกิดไฟป่าขึ้นแล้ว 20 ครั้ง ถูกไฟเผาไหม้ประมาณ 100 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 160,812 ไร่

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น  นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบ VDO Conference ไปยัง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ และร่วมกันหารือเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนสะสม (Hotspot) ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 3 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา จำนวน 514 จุด โดยเฉพาะอำเภอเชียงดาว จอมทอง ฮอด และอำเภอแม่แจ่ม ที่เกิดการเผาในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนหลายจุด และพบว่าสถานการณ์หมอกควันไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่มีเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการในการใช้ทุกมาตรการ ทั้งป้องกัน เฝ้าระวัง และทำความเข้าใจ โดยให้แต่ละพื้นที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์มาตรการและแนวทางนโยบายในการป้องกันไฟป่าและลดหมอกควันแก่ประชาชน ที่สำคัญคือการสร้างการรับรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ผ่านช่องทางต่างๆ และหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะเป็นตัวกลางสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งมาตรการช่วงห้ามเผาเด็ดขาด ซึ่งทางจังหวัดได้มีประกาศเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง

นอกจากนี้ ขอให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริหารจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อาทิ การไถกลบตอซัง เตาเผาไร้ควัน เครื่องอัดปุ๋ยชีวะมวล รวมไปถึงการเพาะเห็ด และการอัดฟางก้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ และจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาจากการเผาได้อย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here