พลเอกประวิตร ขึ้นเหนือติดตามวิกฤติหมอกควัน ชี้ไม่เผาก็ไม่มี PM2.5

0
53

 

พลเอกประวิตร”รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ขึ้นเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควันและPM2.5 ชี้การเผาในพื้นที่ป่าสาเหตุหลัก กำชับทุกส่วนเข้มมาตรการป้องกันแก้ไข

14มี.ค.62  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ที่สโมสรค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่33 จังหวัดเชียงใหม่  หลังจากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผลการตรวจวัดดัชนีคุณภาพอากาศหรือ AQI จากเว็บไซต์ Airvisaul.com ระบุว่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องกัน 4 วันแล้ว

ทั้งนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ และการดำเนินการต่างๆ ของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ที่ร่วมกับทุกหน่วยงานดำเนินการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้ตรวจเยี่ยมชมยุทโธปกรณ์ดับไฟป่าพร้อมให้กำลังใจกำลังพลและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ก่อนที่จะเดินทางด้วยรถยนต์ไปเยี่ยมชมการทำม่านน้ำที่ระดมรถบรรทุกน้ำและอุปกรณ์จากหลายหน่วยทำการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปบนอากาศรอบคูเมืองเชียงใหม่ ที่บริเวณประตูท่าแพ วนรอบไปทางประตูเชียงใหม่ และช่วงหน้าโรงพยาบาลสวนปรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหา

พลเอกประวิตร กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ ของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วจะพบว่า สาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่ป่า  ฉะนั้นการจะแก้ไขปัญหาหรือลดปัญหาได้จะต้องหาวิธีการควบคุมไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด จึงจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ และอยากเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน ทั้งทางกองทัพภาคที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมไปถึงทุกอำเภอและทุกหมู่บ้านตำบล ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องต่อไป  โดยเฉพาะการนำระบบ Single Command มาใช้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้มีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องประสานความร่วมมือการตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์ปัญหา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

ทั้งนี้พลเอกประวิตร  กล่าวยอมรับว่ายังไม่พอใจกับสถานการณ์ปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทางกองทัพภาคที่3 และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้พยายามทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังเช่นกัน ซึ่งต้องชื่นชมให้กำลังใจ แต่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบและช่วยกันป้องกันแก้ไขลดการเผาลงให้ได้ ซึ่งการนำมาตรการปิดป่าและมีการลงโทษมาใช้ได้ผลระดับหนึ่ง แต่การสร้างความร่วมมือจากประชาชนสำคัญที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here