เครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ยื่นหนังสือผู้ว่าฯ เสนอแผนแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการระดมความคิดทุกภาคส่วนให้นำไปสู่การปฏิบัติโดยเร็วสุด

19 มี.ค.62  เครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ นำโดย ดร.ณัฐสิทธิ์ ศรีนุรักษ์ นักวิจัยสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันยื่นหนังสือให้กับนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยหนังสือดังกล่าวเป็นคำแถลงการณ์ “แนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง ระยะยาว” ที่เป็นข้อสรุปจากการจัดประชุมระดมความเห็นในหัวข้อ “หมอกควันเชียงใหม่ แก้ไขอย่างไร ซึ่งมีตัวแทนทุกภาคส่วนร่วมทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและภาคประชาชน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมากที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปเมื่อวันที่ 18 มี.ค.62

ดร.ณัฐสิทธิ์ กล่าวว่าในขณะนี้เชียงใหม่ประสบกับปัญหาหมอกควันในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้ง PM10 และ PM2.5 นั้นเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง และลดอายุคนเชียงใหม่ลงถึง 4 ปี ดังนั้นทางเครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ จึงได้จัดประชุมร่วมทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 62 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และได้รวบรวมข้อสรุปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง 1-3 ปี และระยะยาว 3 ปีขึ้นไป และนำมาเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปพิจารณาปฏิบัติต่อไป

ทั้งนี้เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ดร.ณัฐสิทธิ์ กล่าวว่าในเรื่องเร่งด่วนนั้นได้เสนอให้มีการประกาศให้ปัญหาหมอกควันเป็นวาระเร่งด่วนขั้นวิกฤติของจังหวัด มีการปิดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤติหมอกควัน หน่วยเคลื่อนที่เร็วในการแจ้ง และเข้าช่วยระงับการเผาในพื้นที่  ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นละอองในระดับ PM2.5 ในทุกพื้นที่  จัดตั้งศูนย์รับแจ้งการเผา ต้องดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และตลอดปี และมีมาตรการในการควบคุม และใช้กฎหมายที่จริงจัง สนับสนุนส่งเสริม ด้านวัสดุอุปกรณ์ เสบียงและสิ่งจำเป็น แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครหน่วยดับไฟป่า สร้างเครือข่ายออนไลน์ ที่สามารถแจ้งเหตุ การเผา แจ้งระดมคนในพื้นที่ หรือใกล้เคียงไปช่วยดับไฟ ขอความร่วมมือกับกองทัพอากาศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำฝนเทียมในสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย  ภาครัฐต้องแจ้งเตือนระดับความอันตรายของฝุ่นควันโดยแจ้งให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลอย่างรวดเร็ว และแจกหน้ากากที่ป้องกันฝุ่นขนาด PM2.5 ได้ พร้อมทั้งชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการใส่หน้ากาก, นำเสนอข้อมูลอันตรายของหมอกควันที่กระทบต่อสุขภาพ ให้ความรู้และติดตามดัชนีค่าฝุ่นโดยใช้มาตรฐานโลกโดยผ่านช่องทางสื่อสาธารณะและสื่อชุมชน เช่น เสียงตามสาย และขอความร่วมมือภาคเอกชนที่มีจอป้ายขนาดใหญ่ขึ้นข้อความที่แจ้งค่าฝุ่นละอองให้ประชาชนทราบ เพื่อให้คนตระหนักไม่เฉพาะช่วงที่เกิดปัญหาหมอกควัน หรือทำเป็น infographic หรือภาษาที่เข้าใจง่าย ขอความร่วมมืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในแต่ละพื้นที่ลงชุมชนให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด โดยใช้รูปแบบเดียวกับการรณรงค์ลูกน้ำยุงลาย สนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนในช่วงวิกฤตหมอกควัน จัดการระบบจราจรในพื้นที่เมืองบางส่วนโดยให้รถยนต์สลับวิ่งวันคู่ วันคี่ ตามเลขป้ายทะเบียนเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ  ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตรวจจับควันดำอย่างจริงจังและออกคำสั่งให้งดการใช้รถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐานในช่วงวิกฤตหมอกควัน  รวมถึงการดูแล และควบคุมการก่อสร้างไม่ให้ก่อให้เกิดฝุ่นละออง

ส่วนระยะกลาง ที่เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาระยะ1-3 ปี ได้แก่ บูรณาการหน่วยงานจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรเอกชน เพื่อรวบรวมรายชื่อหน่วยงานและองค์ความรู้ เทคโนโลยี การสื่อสาร เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการวางแผนในระยะยาว  ศึกษาค้นคว้าเพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดควัน สามารถระบุข้อมูลสถานที่กำเนิดควัน ประเภทของการเผา และสัดส่วนของการหมอกควันแต่ละประเภทเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด  จัดการการเผาอย่างเป็นระบบโดยวางแผนจัดการในช่วง 8 เดือน (พ.ค.-ธ.ค.) เพื่อให้ไม่เกิดวิกฤติ 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ทำข้อตกลงโดยใช้มาตรการสังคมที่จะร่วมมือกันไม่เผาในช่วงวิกฤตหมอกควัน มีอาสาสมัครท้องถิ่นช่วยสอดส่องแต่ละหมู่บ้าน ติดตามการเผาในท้องถิ่น ส่งเสริมกลุ่มป่าชุมชนและสอดส่องมีการจัดการเผาในพื้นที่บุกรุก ส่วนการเผาในภาคอุตสาหกรรมขอให้หน่วยงานที่ดูแลออกมาตรการควบคุมการเผา และบรรจุประเด็นสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมของคนเชียงใหม่ 3 ปี ในแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยออกมาตรการที่เกี่ยวกับอากาศสะอาด การดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว แผนการจัดการขยะ ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นในระดับชุมชน ตั้งเป้าให้คนเชียงใหม่มีสุขภาพที่ดีขึ้น ค่าฝุ่นลดลง และมีดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน

ด้านการแก้ไขปัญหาระยะยาว 3 ปีขึ้นไปนั้นจะต้อง ผลักดันให้เรื่องหมอกควันเป็นวาระจังหวัด และวาระแห่งชาติ มีการวางแผนระยะยาว 10 ปี โดยบูรณาการหน่วยงานจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรเอกชนรวมถึงใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าแหล่งกำเนิดควันในการวางแผนปฏิบัติงานโดยตั้งเป้าลดมลพิษในแต่ละปีลงเป็นลำดับ และมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานโดยตำแหน่งกระจายการใช้งบประมาณของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปสู่กลุ่มคนพิการ คนชายขอบ ต้องได้รับความรู้ และสิทธิในการได้รับหน้ากากป้องกันฝุ่น รวมถึงการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับคนทั่วไป ดูแลให้ได้รับสิทธิ รวมถึงส่งเสริมให้เข้าถึงเรื่องเครื่องป้องกัน และความปลอดภัยในชีวิต ในภัยพิบัติทุกเรื่อง ในพื้นที่เสี่ยง  พิจารณาย้ายสนามบินที่มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นทุกปี จนเกินศักยภาพที่จะรองรับได้ในปัจจุบัน ให้ออกไปตั้งอยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่ จัดให้มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงระหว่างสนามบินกับเมือง ส่งเสริมให้เกิดระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานสะอาด และผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน รวมถึงสร้างจุดจอดรถส่วนตัวตามสถานีให้บริการระบบขนส่งมวลชนต่างๆ,ออกแบบปรับปรุงเส้นทางจักรยานและทางเดินให้มีคุณภาพ ปลูกต้นไม้ริมทางเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางโดยไม่ใช้เครื่องยนต์,ส่งเสริมและกำหนดมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรกรในการท้าเกษตรทางเลือก เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ การฟื้นฟูดิน  กำหนดมาตรการแนวทางการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นต้นเหตุของการเผา โดยบริษัทเอกชนผู้รับซื้อผลผลิตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการตอซัง ซากพืชที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดขอบต่อสังคมโดยรวมด้วย, กระจายอำนาจการบริหารจัดการจากรัฐส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ในภาวะเร่งด่วน ครอบคลุมภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ผลักดันภาษีสิ่งแวดล้อม องค์กร/หน่วยงาน/โรงงาน ที่สร้างมลภาวะที่เป็นพิษจะต้องเสียภาษีในอัตราที่มากขึ้น ควบคุมมาตรฐานของการก่อมลพิษ, ทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการกำหนดเพิ่มพื้นที่โล่งว่าง (Open Space) ในผังเมือง พิจารณายกเลิกกฎหมายที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นพื้นที่เกษตร เช่น การท้าสวนผลไม้   ลดบทบาทความเจริญของเชียงใหม่ลงจากที่เป็นเมืองโตเดี่ยว กระจายความเจริญไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง, ประสานความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน ให้เล็งเห็นความสำคัญของการร่วมกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ ศึกษาโมเดลของต่างประเทศ เช่น เมือง Stuttgart ประเทศ Germany ด้านการศึกษา airflow และวางแผนการใช้ที่ดิน, ยุทธศาสตร์การท้าให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าทุกวัน ที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในป่าให้เป็นไม้เศรษฐกิจแทนพืชเชิงเดี่ยว เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง สร้างพื้นที่ป่าในเมือง รณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่บ้าน ตามพื้นที่สาธารณะ นำนโยบาย Green city ของสิงคโปร์ มาปรับใช้ ส่งเสริม GREEN BUILDING ให้มีการปลูกต้นไม้คลุมอาคารมากที่สุด เพื่อช่วยดูดซับมลพิษ มีแรงจูงใจด้านภาษีโรงเรือน

ทั้งนี้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มารับหนังสือดัวยตัวเองและกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงออกในการที่จะแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งทางจังหวัดชียงใหม่เองก็มาได้นิ่งนอนใจ ได้มีการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนแล้ว และมีการหารือในการที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วยเช่นกัน ซึ่งเร็วๆนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่จะมีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะนำไปสู่ทางออกของปัญหาร่วมกันในระยะยาวด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here