Hot Spot ภาคเหนือลดลง แต่ค่า PM2.5 ยังสูง หมอกควันยังคงปกคลุมเชียงใหม่หนาแน่น

0
95

จุด Hot Spot ภาคเหนือลดลงหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แต่ค่า PM 2.5 ยังคงสูง แต่หมอกควันยังคงปกคลุมเชียงใหม่หนาแน่น ผู้ว่าฯเชียงใหม่เร่งทำ Save Zone คลุมทั้งจังหวัด

4 เม.ย. 62 สถานการณ์ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กภาคเหนือวันนี้ มีรายงานการเกิดจุด Hot Spot จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ทางเวปไซด์ Gisda ในวันที่ 4 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 02.42 น. พบว่าภาคเหนือมีจุด Hot Spot ทั้งสิ้น 275 จุด โดยเกิดมากที่สุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 114 จุด และจังหวัดเชียงใหม่เกิด Hot Spot เพียง 35 จุดเท่านั้น ซึ่งลดลงจากช่วงที่ผ่านมามาก ทั้งนี้เนื่องจากทุกหน่วยงานได้เร่งระดมในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาประชุมและมอบนโยบายในการให้คลี่คลายปัญหาภายใน  7 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 62 เป็นต้นมา แต่อย่างไรก็ตามสภาพทั่วไปของจังหวัดเชียงใหม่ปรากฏว่าวันนี้ท้องฟ้าเชียงใหม่ยังคงปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างหนาแน่น และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเวลา 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษทั้ง 4 สถานี ยังมีค่าในเกณฑ์ที่เริ่มผลกระทบต่อสุขภาพ ค่า AQI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงมีค่าระหว่าง 170-228 ไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงมีค่าระหว่าง 78-118 ไมโรกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ค่า PM 2.5 ที่วัดโดย www.airvisual.com วัดค่าเมื่อเวลา 13.30 น. วัดค่ารายชั่วโมงได้ที่ 139 ไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร

  ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ว่าปัจจุบันนี้ได้ระดมกำลังแบบบูรณาการเข้าดับไฟไปแล้ว 100 กว่าจุดโดยจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่หลัก 84 ตำบล และกำชับให้กำหนดพื้นที่เป้าหมายให้ชัดเจน และต้องสรุปผลงาน ถ้าพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที และคาดว่าจะดับไฟให้ครบทุกจุดภายในวันนี้ ส่วนการดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยการจัดพื้นที่ปลอดภัยจากหมอกควันและฝุ่นละออง ขณะกำลังเร่งระดมในการที่จะจัดสร้างพื้นที่ปลอดภัยฯหรือ Save Zone ในระดับตำบลและระดับอำเภอให้ครบ 271 แห่ง และจัดและหาเครื่องฟอกอากาศแบบง่าย 1000 ชุด มอบให้โรงเรียนต่างๆ ศูนย์เด็กเล็ก และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เพื่อทำ Save Zone  และขณะนี้มีผู้บริจาคแล้ว 700 ชุด

ส่วนการทำฝนหลวงนั้น นางสาวหนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ในวันที่ 4 เม.ย. 62 นี้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่มีแผนที่จะทำฝนหลวงใน พื้นที่เป้าหมายที่ประสบปัญหาหมอกควัน จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง โดยภารกิจแรกจะทำในพื้นที่ด้านตะวันออกของ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และทางทิศตะวันตกของ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ที่ระดับความสูง 8,500 ฟุต ภารกิจที่ 2 ที่ อ.กัลยาณิวัฒนาและ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ภารกิจที่ 3 ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  และภารกิจที่ 4 ที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ในขณะที่ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า โดยพลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คลี่คลายปัญหาหมอกควันฯภายใน 7 วันไปแล้ว ก็ได้มีการจัดกำลังผสมสนธิร่วมกันระหว่างประชาชนจิตอาสา ตำรวจ ทหาร เป็นกลุ่มชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำการป้องกันพื้นที่มีให้เกิดไฟไหม้ป่าและทำการลาดตระเวนเขต เก็บบันทึกข้อมูลพื้นที่เพื่อเตรียมใช้วางแผนในการแก้ไขพื้นที่เสี่ยง โดยจัดกำลังพลที่มีสุขภาพแข็งแรง ทนตรากตรำและเดินทางใน พื้นที่ทุรกันดารได้ และในภารกิจ 7 วันตั้งแต่วันนี้วันที่ 3 เม.ย. 62 จนถึงวันที่ 9 เม.ย. 62 ชุดปฏิบัติ การนี้จะต้องอยู่ในพื้นที่และพักแรมในพื้นที่ ดังนั้นจะต้องมีการเตรียม เสบียงและน้ำดื่มไปให้พร้อม และต้องเตรียมจุดในการส่งกำลังบำรุง นอกจากนี้ทุกชุดปฏิบัติการ จะต้องมีระบบการติดต่อสื่อสาร เพื่อรายงานสถานการณ์หรือเหตุด่วน มาให้ หน่วยบัญชาการของตน ในพื้นที่ เพื่อแจ้งท่านนายอำเภอในพื้นที่ทราบและร่วมแก้ไขปัญหาเป็นเบื้องต้น รวมถึงต้องชี้จุดไฟไหม้ เพื่อเพิ่มเติมกำลังเข้าไปดับไฟหรือจัดส่ง เฮลิคอปเตอร์ไปทิ้งน้ำดับไฟได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here