ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) เผย ภาวการณ์ลงทุนในปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 88 โครงการ มูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 8,000 คน ในขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตากก็มีผู้ที่ได้รับการส่งเสริมถึง 24 โครงการ

               

 

               นางอรพิน สวัสดิ์พานิช ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 ( เชียงใหม่ ) เปิดเผยในระว่างการนำสื่อมวลชนเชียงใหม่ไปเยี่ยมชมกิจการที่ได้รับการสนับสนุนการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากและเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่า ระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา ถึงภาวการณ์ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ว่า ในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมานั้นมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 88 โครงการ มีมูลค่าเงินลงทุน 12,917 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างานทั้งสิ้น 8,800 คน  นอกจากนี้แล้วยังมีการอนุมัติให้การส่งเสริม 93 โครงการ  มูลค่าการลงทุน 11,299 ล้านบาท การออกบัตรส่งเสริมอีก 87 โครงการ มูลค่าการลงทุน 13,466 ล้านบาท

                การขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่จำแนกตามอุตสาหกรรมเป้าหมายจาก 88  โครงการนั้นเป็นการขอรับdารสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 51 โครงการ คิดเป็น 58% ของโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนและมีมูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 5,378 ล้านบาทหรือ 42% ของมูลค่าการของรับการส่งเสริมการลงทุน เมื่อพิจารณาในแง่จำนวนโครงการพบว่าส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร

                ผ.อ.บีโอไอ กล่าวด้วยว่า โครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนแบ่งได้เป็น อุตสาหกรรมดิจิทัล 11 โครงการเงินลงทุน 19 ล้านบาทได้แก่ กิจการพัฒนาซอฟแวร์ อุตสาหกรรมการเกษตร มีคำขอรับการส่งเสริม 33 โครงการเงินทุน 2,415 ล้านบาท ได้แก่ กิจกรรมแป้งแปรรูป การผลิต Oil Spa กิจการผลพลอยได้หรือวัสดุทางการเกษตร กิจการผลิตปุ๋ยชีวภาพ กิจการผลิตอาหารทางการแพทย์ กิจการผลิตน้ำมันหรือไขมันจากพืช กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร กิจการชำแหละสัตว์ กิจการคัดคุณภาพ พืช ผัก และ กิจการเลี้ยงปศุสัตว์

 

                นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กโทรนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคมขอรับการส่งเสริม 7 โรงการเงินทุน 2,944 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรมีคำขอรับหารสนับสนุน 1 โครงการเงินทุน 209 ล้านบาท

 

                ทั้งนี้การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในภาคเหนือถ้าแยกรายหมวดจะพบว่าหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลทางการเกษตรได้รับความสนใจลงทุนมากที่สุด จำนวนถึง 33 โครงการมูลค่ารวม 2,415 ล้านบาท คิดเป็น 19% ของจำนวนโครงการทั้งหมด  รองลงมาได้แก่หมวดบริการและสาธารณูปโภค ขอรับการส่งเสริม 25 โครงการมูลค่าการลงทุนรวม 6,626 ล้านบาท หรือ 28% ของจำนวนโครงการทั้งหมด

                สำหรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้น จำนวน 47 โครงการคิดเป็น 53% ของจำนวนโครงการที่รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด มูลค่าการลงทุน 3,915 ล้านบาท หรือ 30% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ในขณะที่โครงการที่ชาวต่างชาติลงทุนนั้นมีเพียง 36 โครงการ หรือ 41% ของจำนวนโรงการที่ขอรับการส่งเสริมทั้งหมด เงินลงทุน 8,743 ล้านบาท  หรือ 68% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยชาวต่างชาติที่มาขอรับการส่งเสริมการลงทุนนั้นได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย และ อังกฤษ

               

ผ.อ.บีโอไอ กล่าวว่าในปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในภาคเหนือนั้น กระจุกตัวอยู่ในภาคเหนือตอนบน เช่น จังหวัดเชียงใหม่ 31 โครงการ มูลค่าการลงทุน 6,007 ล้านบาท รองลงมาคือจังหวัดลำพูน 15 โครงการ มูลค่าการลงทุน 3,750 ล้านบาท ในขณะที่การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ได้พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมมีคำขอรับการส่งเสริมจำนวน 9 โครงการเงินลงทุน 3,227 ล้านบาท การขอรับการส่งเสริมตามมาตรการพิเศษ มีโครงการของรับการส่งเสริมการลงทุนตามาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs  จำนวน 7  โครงการ เงินทุน 294 ล้านบาท โครงการขอรับการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเครื่องจักร จำนวน 6 โครงการเงินลงทุน 100 ล้านบาท

โครงการที่อนุมัติให้การส่งเสริมในภาคเหนือ ปี 2560 มีการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 93 โครงการ มูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 11,299 ล้านบาท อุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 65 โครงการ  หรือ 70% ของโครงการที่อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน และมีมูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 2,783 ล้านบาท คิดเป็น 25%  ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ตัวอย่างโครงการที่อนุมัติให้การส่งเสริมที่สำคัญและสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในปี 2560 อุตสาหกรรมดิจิทัล จำนวน 40 โครงการ เงินลงทุน 507 ล้านบาท อุตสาหกรรมเกษตร มีจำนวน 21 โครงการ เงินลงทุน 1,870 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตอาหารกึ่งพร้อมรับประทานจากธัญพืช กิจการผลิตพืชผักอบแห้งบรรจุภาชนะผนึก กิจการเมล็ดพันธุ์ ข้าวโพด กิจการคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟ กิจการผลิตน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น กิจการผลิตปุ๋ยชีวภาพ  กิจการผลิตน้ำมัน หรือไขมันจากพืช กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร กิจการผลิต Oil Spa กิจการอบพืชไซโลและอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม มีจำนวน 4 โครงการ เงินลงทุน 406 ล้านบาท

 

          ส่วนการอนุมัติให้การส่งเสริมตามมาตรการพิเศษนั้นได้แก่ โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเครื่องจักร จำนวน 1 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อ และชิ้นส่วนเหล็กกลึงแต่ง (MACHINING) ที่หล่อขึ้นรูปเอง ที่จังหวัดลำพูน  โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนรูปแบบคลัสเตอร์ กิจการผลิตซอฟต์แวร์และ Digital Content  กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง(High Value – added Software)  ศูนย์บ่มเพาะด้านนวัตกรรม(Innovation Incubation Center) รวมจำนวน 10 โครงการ เงินลงทุน 87 ล้านบาท ตั้งโครงการอยู่ที่  จังหวัดเชียงใหม่

          

 

              โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่น จำนวน 6 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 72 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตพืชผักอบแห้งบรรจุภาชนะผนึกแห้ง ตั้งโครงการอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปางและจังหวัดอุทัยธานี    โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กิจการผลิตซอฟต์แวร์ จำนวน 28 โครงการ เงินลงทุน 532 ล้านบาท ตั้งโครงการอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดนครสวรรค์.

ส่วนในพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก นั้นในปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.58 -31 ธ.ค. 60 ปรากฏว่า มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับทาง บีโอไอ ทั้งสิ้น 28 โครงการ เงินลงทุน 3,817.30 ล้านบาท และผ่านการอนุมัติโครงการจำนวน 24 โครงการ เงินลงทุน 3,659.90 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนกิจการประเภท ชุดชั้นใน ยกทรง เสื้อผ้าสำเร็จรูป กางเกงยีนส์ ถุงเท้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องกลึงอัตโนมัติ เฟืองส่งกำลัง เครื่องจักรกลการเกษตร รถยนต์สามล้อบรรทุก รถกึ่งพ่วง  ชิ้นส่วนเหล็กหล่อ และคอนเทนเนอร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโครงการลงทุนที่มีการใช้แรงงานเป็นหลัก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here