ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชี้แจง ยังนำไส้อั่ว แคบหมูขึ้นเครื่องได้ ยกเว้นน้ำพริก ต้องโหลด

0
3340

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีการห้ามนำอาหารพื้นเมืองขึ้นเครื่องตามประกาศของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่ประชาชนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน ยืนยัน ไส้อั่ว แคบหมู หิ้วขึ้นเครื่องได้ ยกเว้นนำพริกทุกชนิดต้องโหลด

29 มิ.ย. 62 หลังจากที่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ออกประกาศ “หลักเณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 นั้น และมีการปฏิบัติพร้อมกันทุกท่าอากาศยานที่สังกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท./AOT) รวมทั้งท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทย ปรากฏว่าเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้โดยสารเครื่องบินที่มักจะนำของฝากที่เป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นไปบนเครื่องบินโดยไม่ได้โหลดเป็นสัมภาระ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มักจะมีการนำ น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่วติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน และเมื่อมีการบังคับใช้ “หลักเณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” ทำให้ไม่สามารถนำอาหารพื้นเมืองเหล่านี้ขึ้นไปได้อีก ซึ่งบางคนไม่ได้โหลดเป็นสัมภาระไว้ก่อน ต้องทิ้งของเหล่านั้น จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย

ในเรื่องดังกล่าว นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ออกมาชี้แจงว่าตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ออกประกาศ “หลักเณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 นั้น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท./AOT) รวมทั้งท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทย ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งสาระสำคัญประการหนึ่งที่แตกต่างจาก ประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นในห้องโดยสารอากาศยาน ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมาก็คือ การกำหนดคำนิยามของ “ของเหลว เจล สเปรย์” หมายรวมถึงของเหลวในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำ เครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารอย่างอื่นที่อยู่ในซอส หรือที่มีส่วนประกอบเป็นของเหลวในปริมาณมาก ตลอดจนครีม โลชั่น เครื่องสำอาง น้ำมัน น้ำหอม หรือเจลในรูปแบบต่างๆ เช่น ยา ยาสีฟัน อาหาร ยาสระผม เจลอาบน้ำ หรือวัตถุหรือสารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีแรงดันและต้องฉีดพ่นเพื่อนำออกมาใช้ เช่น สเปรย์ โฟม รวมถึงวัตถุหรือสารที่มีส่วนผสมของของแข็งและของเหลว เช่น มาสคารา ลิปสติก หรือลิปปาล์ม ซึ่งผู้โดยสารสามารถนำของเหลวที่เข้าข่ายตามคำนิยามดังกล่าวไปกับอากาศยานได้ ด้วยการโหลดเป็นสัมภาระใต้ท้องเครื่อง แต่หากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน

ในกรณีของ อาหารพื้นเมืองนั้น  ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชี้แจงว่า อาหารพื้นเมือง ที่เข้าข่ายตามประกาศของ กพท.ได้แก่ อาหารพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นอาหารเหลว และน้ำพริกต่างๆ ส่วนอาหารพื้นเมืองอื่นๆ เช่น แคบหมู ไส้อั่ว สามารถนำเข้าเขตหวงห้าม และขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ แต่ต้องปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนผู้โดยสารอื่น

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก และความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น และจะเร่งประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องโดยทั่วกันต่อไป “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ” ความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน เป็นสิ่งที่พนักงาน ทอท.ทุกคนตระหนักและยึดถือปฏิบัติเสมอมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here