ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แจงมาตรการการนำของเหลว เจล สเปรย์ (LAGs) ขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน

0
36

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แจงมาตรการการนำของเหลว เจล สเปรย์) ขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน โดยระบุอาหารพื้นเมืองที่เป็นของเหลว ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง ในขณะที่ รอง ผวจ ชม.ขอให้มีการอำนวยความสะดวกกับผู้โดยสาร หวั่นส่งผลกระทบพ่อค้าแม่ค้า

                2 ก.ค. 62 กรณีการออกมาตรการการนำของเหลว เจล สเปรย์ (LAGs) ขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)ออกประกาศ “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญประการหนึ่งที่แตกต่างจากเดิม คือการกำหนดคำนิยามของ “ของเหลว เจล สเปรย์” หมายรวมถึงของเหลวในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำ เครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารอย่างอื่นที่อยู่ในซอส หรือที่มีส่วนประกอบเป็นของเหลวในปริมาณมาก ตลอดจนครีม โลชั่น เครื่องสำอาง น้ำมัน น้ำหอม หรือเจลในรูปแบบต่างๆ เช่น ยา ยาสีฟัน อาหาร ยาสระผม เจลอาบน้ำ หรือวัตถุหรือสารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีแรงดันและต้องฉีดพ่นเพื่อนำออกมาใช้ เช่น สเปรย์ โฟม รวมถึงวัตถุหรือสารที่มีส่วนผสมของของแข็งและของเหลว เช่น มาสคารา ลิปสติก หรือลิปปาล์ม ซึ่งผู้โดยสารสามารถนำของเหลว ที่เข้าข่ายตามคำนิยามดังกล่าวไปกับอากาศยานได้ ในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน หรือโหลดใต้ท้องเครื่อง แต่หากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน

ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารสายการบินต่างๆที่ซื้อของฝากประเภทน้ำพริก หรืออาหารพื้นเมืองที่เป็นอาหารเหลวและมีส่วนผสมของน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากประกาศดังกล่าวนั้นทำให้ต้องทิ้งเพราะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เหมือนเดิม ในเรื่องดังกล่าว นายสาธิต เดชะตุงคะ ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ชี้แจงในที่แถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัดรวมทั้งท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทย ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้โดยสารและอากาศยาน ซึ่ง ถ้าผู้โดยสารสายการบินจะนำอาหารพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นอาหารเหลว และน้ำพริกต่างๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำจำนวนมาก ไปกับอากาศยานต้องอยู่ในโหลดของเหล่านั้นลงใต้เครื่อง แต่ถ้าหากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน ส่วนอาหารพื้นเมืองอื่นๆ   เช่น แคบหมู ไส้อั่ว สามารถนำเข้าเขตหวงห้าม และขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ แต่ต้องปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นรบกวนภายในห้องโดยสารอากาศยาน

นายสาธิต เดชะตุงคะ ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้อำนวยความสะดวกด้วยการติดป้ายประกาศ และแจ้งไปยังผู้ประกอบการให้แจ้งกับผู้ที่มาซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวให้ทราบถึงกฎระเบียบของท่าอากาศยานฯ นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกในกรณีที่ผู้โดยสารจะนำสินค้าดังกล่าวไปโหลดลงใต้เครื่องอีกครั้ง หรือ แนะนำให้นำของส่งทางไปรษณีย์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในท่าอากาศยานแทนการที่จะต้องทิ้งของเหล่านั้นไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่ผู้โดยสารต้องขึ้นเครื่องได้ทันเวลาด้วย

ด้านนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวแสดงความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอาหารพื้นเมือง เนื่องจากเป็นของที่ระลึกที่นิยมซื้อไปเป็นของฝาก หรือ  นำไปบริโภคเอง อาจจะทำให้มีการซื้อน้อยลง ดังนั้นจึงอยากจะให้ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่หามาตรการในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและแจ้งข่าวสารให้ทุกฝ่ายได้ทราบเพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here