อดีตอาจารย์ ม.ช. เปิดแถลงข่าว ทวงคืนสาธารณะสี่แยกเมญ่า จากศูนย์การค้าใหญ่ หวังแก้ปัญหาจราจร

0
160

อดีตอาจารย์ มช.ร่วมแถลงจี้ขอทวงคืนพื้นที่สาธารณะสี่แยกเมญ่า กลางเมืองเชียงใหม่ ที่ทางหลวงอนุญาตให้ห้างใช้ประโยชน์มานานหลายปี หวังนำไปใช้แก้ปัญหาจราจรแออัด 

3 ก.ค.62   ห้องประชุมสุขุมอัศเวศน์  คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร.ศ. ธีระ วิสิทธิ์พานิช อดีตคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มช. ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มทวงคืนพื้นที่สาธารณะสี่แยกเมญ่า อดีตอาจารย์ ม.ช.  ได้เปิดแถลงข่าวกรณีทวงคืนพื้นที่สาธารณะสี่แยกเมญ่า   ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรมทางหลวง อนุญาตให้ศูนย์การค้าเมญ่านำพื้นที่เขตทางหลวงประมาณ 1 ไร่ มีมูลค่าที่ดินปัจจุบันประมาณ 200 ล้านบาท บริเวณสี่แยกรินคำ ในตัวเมืองเชียงใหม่ จัดสร้างเป็นลานน้ำพุโดยอ้างเหตุผลเพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวตั้งแต่ปี 2556 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งน่าจะผิดวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดินตามพระราชบัญญัติทางหลวง เพราะผู้ได้ประโยชน์จากการก่อสร้างลานน้ำพุด้งกล่าว คือ ศูนย์การค้าเมญ่า ในขณะที่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ดังกล่าวในการสัญจรกลับต้องเผชิญปัญหาการจราจรติดขัด ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ร.ศ.ธีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กลุ่มทวงคืนพื้นที่สาธารณะบริเวณลานน้ำพุเมญ่าได้ดำเนินการรณรงค์ให้มีการคืนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนำกลับมาใช้แก้ไขปัญหาการจรจรติดขัดโดยเข้าร่วมประชุมกับทางแขวงการทางเชียงใหม่ ตั้งแต่ปลายปี 2560 ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าแขวงการทางมีแผนการจะขอคืนพื้นที่บริเวณลานน้ำพุดังกล่าว มาเพื่อใช้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดแต่หลังการรอคอยมาเป็นระยะเวลายาวนาน พบว่ายังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทางกลุ่มฯจึงได้รณรงค์รวบรวมรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการให้ศูนย์การค้าเมญ่า นำพื้นที่เขตทางหลวงไปทำเป็นลานน้ำพุ โดยรวบรวมรายชื่อได้ประมาณ 500 ราย นำเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่และยื่นต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานปปช.จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องตังกล่าว และขอให้มีคำสั่งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อทุเลาความเดือดร้อนของนักศึกษาและประชาชนที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.62 อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน

ร.ศ.ธีระ กล่าวด้วยว่า การที่ กลุ่มทวงคืนพื้นที่สาธารณะบริเวณลานน้ำพุเมญ่าจัดการแถลงข่าวในครั้งก็เพื่อที่ขอให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินการขอคืนพื้นที่บริเวณลานน้ำพุที่เป็นเขตทางหลวงคืนมาจากศูนย์การค้าเมญ่า เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไปโดยมีเหตุผลสนับสนุนการเรียกร้องก็ เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่สำหรับการจราจรที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ ปัญหารถติดก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและอันตรายต่อสุขภาพ เพราะนับตั้งแต่มีการสร้างศูนย์การค้าเมญ่าเป็นต้นมาการจราจรบริเวณสี่แยกเมญ่าจะหนาแน่นและติดขัดเป็นอย่างมาก เพราะช่องทางจราจรส่วนหนึ่งถูกเบียดบังนำไปสร้างลานน้ำพุ และเป็นทางเข้า-ออกของศูนย์การค้าฯก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว รวมถึงผู้อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าวที่ไม่สามารถข้ออกบ้านพักอาศัยได้อย่างปกติ และ คนเชียงใหม่ต้องร่วมกันรักษาสิทธิชุมชน และหล่อหลอมสำนึกสาธารณะ มิให้ถูกละเมิดโดยธุรกิจเอกชน และเป็นสิ่งที่ธุรกิจเอกชนต้องเรียนรู้ที่จะประสานความร่วมมือกับภาคประชาชนในการทำธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล

ร.ศ. ธีระ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวที่คาดว่าน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ควรจะถูกใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการจราจร และที่สำคัญควรจะต้องได้รับคืนมาเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนร่วม ไม่ใช่ให้เอกชนประโชน์ทางธุรกิจอย่างที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่าต้องมีการทุบทิ้งลานน้ำพุของห้างเพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดเป็นของทางหลวงและทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าทางกรมทางหลวงมีรูปแบบการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวหากได้รับคืน โดยจะยังคงมีลานกิจกรรมสาธารณะประโยชน์อยู่เช่นเดิม เพียงแต่แยกให้เห็นอย่างชัดเจนจากพื้นที่ของห้างด้วยการทำให้มีระดับต่างกัน อีกทั้งยังมีทางเดินเท้าและทางจักรยาน รวมทั้งเพิ่มช่องทางจราจรให้รถที่มาจากถนนห้วยแก้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนซุปเปอร์ไฮย์เวย์ได้เลย ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถยอมรับได้
ทั้งนี้ผู้ประสานงานกลุ่มทวงคืนพื้นที่สาธารณะสี่แยกเมญ่า บอกด้วยว่า ทราบว่าเวลานี้มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดเห็นแตกต่างและต้องการให้คงพื้นที่ลานน้ำพุของห้างไว้ตามเดิม ซึ่งในส่วนของกลุ่มทวงคืนฯ ยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องทุบลานกิจกรรมน้ำพุที่ห้างใช้ประโยชน์อยู่ในส่วนของพื้นที่ของทางหลวงออกให้แยกขาดจากกันชัดเจนและทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์โดยตรง ไม่ใช่ห้าง ทั้งทางกลุ่มฯ จะให้เวลาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายระยะหนึ่ง หากยังเพิกเฉยเตรียมจะดำเนินการต่อเนื่องทั้งมาตรการทางกฎหมายและทางปกครองต่อไป โดยเฉพาะมาตรา 157 และยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าห้างดังกล่าวและลานกิจกรรมของห้างนั้น ขออนุญาตและก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here