กลุ่มภาคีฮักเชียงใหม่ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯขอให้ระงับการขยายทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณสี่แยกรินคำ

0
135

กลุ่มภาคีคนฮักเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนผู้สนับสนุนเข้ายื่นหนังสือถึง ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เรื่อง ขอให้ระงับการขยายทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณสี่แยกรินคำ หวั่นส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจการค้าของย่านธุรกิจสำคัญโดยรวม

5 ก.ค. 62  นายบัณรส บัวคลี่ ในฐานะตัวแทนภาคีคนฮักเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนผู้สนับสนุน ได้เดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหนังสือ เรื่อง ขอให้ระงับการขยายทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณสี่แยกรินคำ และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเสียก่อน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จังหวัดเชียงใหม่ โดยหนังสือระบุว่า สืบเนื่องจากขณะนี้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กำลังดำเนินการโครงการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ซุปเปอร์ไฮเวย์) เริ่มตั้งแต่การขยายผิวทางจราจรจากอุโมงค์ทางลอดข่วงสิงห์ ปิดทางแยกหน้าโพธารามมหาวิหาร (เจ็ดยอด) จากข่าวผ่านสื่อมวลชนทราบว่า แขวงทางหลวงฯ ได้มีหนังสือขอให้ห้างเมญ่าทุบทิ้งพื้นที่ลานหน้าห้างและให้ส่งคืนภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เพื่อจะขยายช่องทางจราจรเป็นทางเลี้ยวเพิ่มเติมจากถนนห้วยแก้ว ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมชาวเมืองทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง จนอาจจะเป็นความขัดแย้งใหญ่เพราะการก่อสร้างมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนจำนวนมาก

ทั้งนี้ชาวเชียงใหม่มีประสบการณ์ในอดีตว่าการออกแบบโครงการของกรมทางหลวง ที่ไม่สอบถามความเห็น ตรวจสอบความเหมาะสมให้รอบคอบได้ก่อให้เกิดปัญหาระยะยาว เช่นการออกแบบถนนมหิดลให้รถวิ่งเร็วและยังมีแท่งปูนเกาะกลางกั้นระหว่างเลนไปกลับ เมื่อเกิดฝนตกแท่งปูนตรงกลางถนนกั้นขวางการระบายน้ำ จนต้องทุบทิ้งเสียงบประมาณแผ่นดิน ถนนที่ออกแบบให้วิ่งเร็วก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งต้องติดป้ายเตือนตลอดเส้นเพิ่มเติม สะพานยกระดับที่แยกแอร์พอร์ตพลาซ่าเคยถูกประชาชนคัดค้านให้ออกแบบแนวใหม่ที่ระบายรถออกจากเมืองเข้าถนนสายหางดงโดยตรงแต่กรมทางหลวงยืนยันการก่อสร้าง จนก่อให้เกิดปัญหามากมายที่แยกดังกล่าวจนทุกวันนี้

ขณะที่เวลานี้มีแนวโน้มว่าการออกแบบก่อสร้างและขยายถนนหมายเลข 11 (ซุเปอร์ไฮเวย์) บริเวณจากสี่แยกรินคำไปจนถึงสี่แยกข่วงสิงห์ จะก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบ ต่อการสัญจรของเมือง เพราะพื้นบริเวณดังกล่าวเป็นเขตเมืองชั้นในศูนย์กลางเศรษฐกิจ การออกแบบใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมนี้เป็นสำคัญ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมา ประชาชนไม่เคยรับทราบรายละเอียดของแบบก่อสร้าง แม้เคยมีการเจรจากับประชาชนแต่ต่อมาไม่เป็นไปตามนั้น การออกแบบมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การจะขยายผิวจราจรยังไม่มีการศึกษาว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ หรือมีผลกระทบในทางลบมากกว่า

ดังนั้นจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และประธานอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้โครงการของราชการก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจการค้าของย่านธุรกิจสำคัญโดยรวม  ให้ดำเนินการดังนี้

1.ขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ ว่าถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ อยู่ในแผนแม่บทและแผนประจำปีด้านจราจรและขนส่งของจังหวัดหรือไม่ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกินแม่บทหรือไม่

2.ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ซึ่งไม่สอดคล้องและไม่เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และ ฉบับที่2 (พ.ศ.2562) มาตรา 6 การดำเนินการของรัฐต้องก่อประโยชน์สุข มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ, มาตรา 8 ก่อนเริ่มดำเนินการส่วนราชการต้องจัดให้มีการวิเคราะห์ผลดีและผลเสียให้ครบถ้วนทุกด้าน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานที่โปร่งใส ภารกิจใดที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนราชการต้องดำเนินการรับฟังความเห็นของประชาชน

3.โครงการนี้อ้างว่าการขยายผิวการจราจรที่หัวมุมแยกจะแก้ปัญหาระบายรถได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมศาสตร์ มช. (ชูโชค อายุพงศ์) ระบุว่าไม่มีผลต่อการแก้ปัญหาที่บริเวณนั้นทั้งยังจะก่อให้เกิดความสับสนตามมา เนื่องจากรถที่ยูเทิร์นจากด้านซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงสี่แยกเพื่อจะเลี้ยวเข้าห้างเมญ่า หรือ รถที่เลี้ยวมาจากถนนห้วยแก้วด้านทิศตะวันออก จะตัดไขว้ กับแนวของรถที่ขยายผิวการจราจร ไม่เพียงเท่านั้น การออกแบบแนวถนนที่ปรับไปมาหลายรอบ ยังตัดไขว้กันก่อนถึงทางแยกบริเวณหน้าวัดโพธาราม (เจ็ดยอด) ขอให้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะอนุกรรมการจัดการจราจรทางบกฯ ตรวจสอบผลกระทบตามอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจัดการจราจรทางบก (คำสั่งคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก 3/5553-77/2553) และตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

4.ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการค้าย่านนิมมานเหมินทร์ ประชาชนย่านเจ็ดยอด นักวิชาการด้านการจราจร ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบทั้งด้านบวกและลบของโครงการขยายผิวจราจรที่แยกรินคำต่อเศรษฐกิจสังคมชุมชนและอื่นๆ ไม่เฉพาะด้านการจราจร ตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่กำหนดใน พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และ ฉบับที่2 (พ.ศ.2562) มาตรา 6 และ มาตรา 8

5.ขอให้ระงับการดำเนินการใดๆ ของการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย รักษาความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณรัฐ และคุ้มครองผลกระทบต่อประชาชน ให้ปฏิบัติครบถ้วนเสียก่อน และ 6.ให้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เปิดเผยแบบแปลนก่อสร้างการขยายผิวการจราจร วัสดุที่ใช้ และเอกสารวิเคราะห์ความคุ้มค่าต่อสาธารณะทันที

ทั้งนี้การเข้ายื่นหนังสือดังกล่าวนี้ เนื่องจากกรณีการเรียกร้องให้รื้อลานน้ำพุห้างเมญ่า โดยกลุ่มอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบุให้แขวงการทางที่ 2 เชียงใหม่เร่งดำเนินการนำพื้นที่ลานน้ำพุของห้างนี้คืน และทุบพื้นที่ขยายถนน เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด และแขวงการทางที่ 2 ก็ได้มีหนังสือแจ้งห้างดังกล่าวให้ทุบและคืนพื้นที่ภายในวันที่ 20 ก.ค. 62  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ศูนย์ประสานงานกิจกรรมเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ก็ได้ออกมาคัดค้านโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณทางแยกรินคำและนำเสนอวิธีการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว และล่าสุดก็มีกลุ่มภาคีคนฮักเชียงใหม่ ออกมายื่นหนังสือคัดค้านโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณทางแยกรินคำ อีกกลุ่มหนึ่ง

ซึ่งนาย บัณรส บัวคลี่ แกนนำของกลุ่มภาคีคนฮักเชียงใหม่ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ้ค เป็นจดหมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง ขอให้เร่งตัดสินใจแก้ปัญหาที่แยกรินคำ ภายใต้วิสัยทัศน์เมืองทันสมัยยั่งยืนและเป็นสากล โดยมีข้อเสนอให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ-ดีไซน์-สถาปนิกเมืองและภูมิทัศน์มาร่วมออกแบบ ให้สอดคล้องกับกรอบและทิศทางการพัฒนาย่านเมืองทั้งย่าน ไม่ใช่การทำเฉพาะส่วนที่เน้นวิศวกรรมจราจรเพียงมิติเดียว โลกยุคใหม่กำลังแข่งกันสร้างเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีมีสุขภาวะ เน้นเมืองที่มีพื้นที่โล่ง มีสีเขียว เดินสะดวก มีสาธารณูปการทันสมัย และออกแบบดีไซน์ย่านเมืองสวยงามให้สอดคล้องกันทั้งย่าน สะท้อนและบ่งบอกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมืองขณะเดียวกันมีข้อเรียกร้อง ได้แก่

1.ให้เปิดเผยข้อมูลที่มาที่ไปของการที่แขวงการทางฯ อนุญาตให้เอกชนใช้พื้นที่ของเขตทางหลวงบริเวณที่เป็นลานโล่งหน้าห้างเมญ่าปัจจุบัน และให้ประกาศต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวมีสถานะเป็นที่สาธารณะใช้ร่วมกันของประชาชน

  1. การพัฒนาใดๆ ของแขวงการทางฯ ต้องสอดคล้องกับการพัฒนาย่านเมือง ตามโครงการสมาร์ทนิมมานและการพัฒนาย่านเมืองที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต อาทิเช่น มาตรฐานทางเท้า มาตรฐานพื้นที่สีเขียว กรอบแนวคิด เดินดี-เที่ยวดี-น่าอยู่ ไม่ให้มิติของการขยายพื้นผิวถนนเพื่อรถวิ่งเป็นมิติหลัก
  2. ขอให้มีผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง เช่น สถาปนิกด้านภูมิทัศน์ สถาปนิกด้านพัฒนาและออกแบบเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้และภูมิทัศน์ เข้าร่วมออกแบบการปรับปรุงพัฒนาใดๆ ของพื้นที่โล่งดังกล่าว
  3. จะต้องไม่มีกรณีสร้างไปก่อนเพื่อใช้งบประมาณให้ทัน แต่ผลงานไม่ได้มาตรฐาน เช่นทางเท้าแบบเดิมทั่วไป การออกแบบที่ไม่คำนึงถึงการสัญจรและปริมาณผู้คนผ่านบริเวณสี่แยก ฯลฯ จนต้องมีการแก้ไขและใช้งบประมาณของรัฐก้อนใหม่ลงมาอีก กรณีทางเท้าที่เพิ่งสร้างไปด้านตรงกันข้ามห้างเมญ่า ที่กลายเป็นลานจอดรถ ไม่มีสีเขียว ไม่มีความร่มรื่น ไม่เอื้อให้ผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวเดินต่อไปเพื่อขยายย่านท่องเที่ยว และอาจต้องใช้งบประมาณก้อนใหม่มาแก้ไข เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ โดยเปิดให้ผู้เห็นด้วยร่วมกันลงชื่อสนับสนุน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงชื่อจำนวนมาก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here