ทอท.ชี้แจง รปภ สนามบินไม่ได้ทำร้าย Grab Car อย่างที่ถูกอ้าง ย้ำจะต้อง เอาผิด Grab Car ตามกฎหมาย

0
75

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชี้แจงกรณี Grab Car อ้างถูก รปภ สนามบินทำร้าย ไม่เป็นความจริง มีหลักฐานวงจรปิดชัด เตรียมเอาผิด Grap Car ตามกฎหมายถึงที่สุด เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน

21 ก.ค. 62 จากกรณีที่ นายสุชาติ ไชยประยา ซึ่งเป็นผู้ขับรถ Grab Car ให้บริการส่งผู้โดยสารเข้าไปส่งที่สนามบินเชียงใหม่ ได้ไปร้องเรียนสื่อมวลชนว่าตนเองนั้นถูก รปภ สนามบินทำร้ายร่างกายในขณะที่เข้าไปส่งผู้โดยสารในสนามบินเชียงใหม่จนได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและจะแจ้งความเอาผิดกับ รปภ สนามบินเชียงใหม่

ในเรื่องดังกล่าวนี้  นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ออกมาชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง ทาง รปภ สนามบินไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายนายสุชาติแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือ เมื่อเวลาประมาณ 17.50 น.ของวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 ผู้โดยสารชาวต่างชาติได้ใช้แอพลิเคชั่น Grab Car เรียกนายสุชาติ ไชยประยา มารับโดยใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน งธ 8161 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถส่วนบุคคลมารับผู้โดยสารชาวต่างชาติดังกล่าว บริเวณประตูทางออกที่ 11 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่สายตรวจของท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 นาย ได้แสดงตัวขอตรวจสอบแต่นายสุชาติไม่ยินยอมและขับรถหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตาม และตามทันที่บริเวณประตู 5 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และเมื่อเจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจนายสุชาติได้ด่าทอดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่และมีการขัดขืนข่มขู่ โดยมีอาวุธเป็นกระบองเหล็กข่มขู่เจ้าหน้าที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายสุชาติไปเพื่อแจ้งข้อหา นำยานพาหนะโดยสารที่ไม่มีผู้โดยสารเข้ามาในเขตท่าอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาต จอดรถกีดขวางทางจราจรภายในเขตท่าอากาศยาน และแนะนำให้ผู้โดยสารใช้ยานพาหนะรับจ้างที่ไม่ได้รับอนุญาตจากท่าอากาศยาน แต่ปรากฏว่านายสุชาติปฏิเสธการจ่ายค่าปรับและส่งเสียงดังสร้างความรำคาญภายในอาคารผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์มารับตัวไป เพื่อแจ้งข้อหาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้กล่าว ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือข่มขู่คุกคามนายสุชาติแต่ประการใด โดยมีภาพทั้งจากกล้อง CCTV และภาพวิดีโอที่เจ้าหน้าที่รวมทั้งผู้พบเห็นเหตุการณ์บันทึกไว้หลายคลิป ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่จะได้นำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานและให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here