20 องค์กรเครือข่ายชุมชนเชียงใหม่ บุกพบ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ จี้ยกเลิกกิจกรรมปล่อยโคมลอย ทุกกิจกรรม

0
88

20 องค์กรเครือข่ายชุมชนเชียงใหม่  เข้าพบผู้ว่าฯเชียงใหม่ ยื่นหนังสือจี้ให้ทบทวนยกเลิกให้เกลี้ยงการจัดกิจกรรมปล่อยโคมไฟกลางคืนในเทศกาลลอยกระทงและปีใหม่ ชี้ปล่อยบิดเบือนประเพณีหากินมานาน ผลประโยชน์ตกบางกลุ่ม แต่ประชาชนเดือดร้อนรับ ผวาไฟไหม้และเก็บกวาดซากโคม

16 ส.ค.62 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไป นำโดยนายอาณัติ คลังวิเชียร ประธานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และนางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ พร้อมด้วยตัวแทน ร่วมกันยื่นหนังสือให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง ขอให้ยกเลิกการปล่อยโคมไฟเวลากลางคืนในเทศกาลลอยกระทงและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทั้งหมด  ทั้งนี้หลังจากที่ มณฑลทหารบกที่ 33 ได้ประกาศยกเลิกการจัดงานใหญ่ลอยกระทงที่ลานคิงคอง อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ที่จะมีการจัดการปล่อยโคมลอยมากที่สุดในโลก เพื่อบันทึกลงกินเนสบุ้ค  เนื่องจากเกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนที่หวาดระแวงว่า โคมลอย เหล่านี้ที่ใช้ไฟจุดเพื่อให้ลอยขึ้นฟ้า จะตกลงมาถูกบ้านเรือนก่อให้เกิดไฟไหม้ อย่างที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และซากโคมเหล่านี้ก็กลายเป็นขยะ สกปรกจนต้องเป็นภาระของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง

ถึงแม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ก็ยังมีองค์การทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายแห่งยังจะมีการจัดกิจกรรมปล่อยโคมดังกล่าวอีกหลายที่และปล่อยเป็นจำนวนมากเช่นกัน อาทิ  พื้นที่ในการดูแลของส่วนราชการ เช่น ลานเนินนุ่ม กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3กรมการสัตว์ทหารบก วัดธุดงค์สถานล้านนาหรือสถานที่เอกชนอื่นๆ ทำให้ยังมีความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะเป็นที่ทราบดีว่าการปล่อยโคมเป็นกิจกรรมที่บิดเบือนประเพณีและทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน การเกิดอัคคีภัยในชุมชน ขยะเกลื่อนเมือง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนมีการรณรงค์การจำกัดการปล่อยโคมมานับ 10 ปี  และก็พบว่าหน่วยงานภาครัฐที่ควรคำนึงถึงผลที่จะเกิดความเสียหาย กลับสนับสนุนให้จัดกิจกรรมที่เป็นปัญหาเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้มุ่งหวังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กล่าวอ้าง แต่ยังไม่มีปรากฏชัดเจนว่ารายได้นั้นกระจายถึงท้องถิ่นจริงหรือไม่ อีกทั้งผู้จัดที่มาใช้พื้นที่ในการจัดงานในหลายทีก็เป็นทุนจากต่างชาติที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช้คนเชียงใหม่  และรายได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ถึงแม้จะได้รับแต่จะเพียงพอต่อการเยียวรักษาเมืองที่เสียหายจากการจัดกิจกรรม จริงหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงผลได้ที่ไม่คุ้มกับผลเสียที่จะเกิดขึ้น ทางภาคเครือข่ายภาคประชาสังคมจึงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปกครองส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อนุญาตและยกเลิกการปล่อยโคมไฟในเทศกาลกล่าวและจัดให้มีการประชุมร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเพื่อออกกฎกติกาหามาตรการร่วมกันอันจะลดความขัดแย้งจากปัญหายุ่งยากซึ่งเกิดขึ้นซ้ำซากให้ตามแก้ทุกปี

 นางเสาวคนธ์ เปิดเผยด้วยว่า จากกรณีที่จะมีการจัดงานลอยกระทงที่ห้วยตึงเฒ่าและปล่อยโคมลอยทำสถิติโลก ซึ่งภาคประชาชนแสดงความห่วงใยและเป็นกังวล เกี่ยวกับผลกระทบต่างๆ ที่ตามมา และตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ที่ได้รับว่าตกอยู่กับกลุ่มใดแน่ รู้สึกขอบคุณที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 รับฟังและสั่งการให้ยกเลิกการจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามภาคประชาชนยังคงมีความห่วงใยว่าในช่วงลอยกระทงนี้ยังมีผู้ที่กำหนดจัดกิจกรรมลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายจุดๆ ละเป็นจำนวนมาก อ้างว่ากระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าเป็นการบิดเบือนวัฒนธรรมประเพณีเพื่อสร้างจุดขายเท่านั้น และผลประโยชน์ตกอยู่กับคนบางกลุ่มที่ไม่ใช่คนท่องถิ่น แต่คนท้องถิ่นต้องมารับผลกระทบทั้งความเสี่ยงไฟไหม้และการเก็บซากโคมที่เป็นขยะ ดังนั้นจึงได้รวบรวมรายชื่อกันยื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้พิจารณาทบทวนยกเลิกการจัดกิจกรรมปล่อยโคมลอยทั้งในช่วงลอยกระทงและปีใหม่ พร้อมทั้งให้มีการจัดประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อวางกติกาและมาตรการร่วมกันไม่เกิดปัญหาซ้ำซากทุกปีและเป็นความขัดแย้งไปตลอด.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here