ชาวเชียงใหม่ โวย จู่ๆ ตำรวจปิดถนนกลางเมืองให้แบ่งล็อคขายของทุกเย็น สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว

0
794

ชาวเชียงใหม่ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรบนเส้นทางถนนพระปกเกล้า โวย ตำรวจปิดถนนให้แบ่งล็อคขายของ เหมือนถนนคนเดินทุกเย็น จันทร์ และ  ศุกร์ ทั้งที่ไม่ใช่เทศกาลหรืองานประเพณี สร้างความเดือดร้อนกับผู้ใช้รถใช้ถนน และประชนที่อาศัยบริเวณดังกล่าว

27 ส.ค. 62 ชาวเชียงใหม่ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรบนเส้นทางถนนพระปกเกล้าซึ่งเป็นถนนหลักกลางเมืองเชียงใหม่ ร้องเรียนผ่านสื่อ กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทำการปิดถนนพระปกเกล้าระยะทางประมาณ 400 เมตร มีการตั้งแผงแบ่งล็อคกลางถนนขายสินค้าเหมือนถนนคนเดิน ทั้งๆ ที่เป็นวันธรรมดา ไม่มีการจัดกิจกรรมหรืองานประเพณีใดๆ สอบถามชาวบ้านมีการอ้างตัวแทน 13 ชุมชนเมืองขอเปิดเป็นถนนคนเดินวันจันทร์ และวันศุกร์ ทดลอง 2 เดือน แต่ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทางสัญจรเดือดร้อน โดยเฉพาะชุมชนสองฝั่งถนน ร้านค้าร้านอาหาร โรงแรมที่พัก วัดและโรงเรียนเริ่มเคลื่อนไหวคัดค้านทั้งๆ ที่ทุกวันอาทิตย์ก็มีการปิดถนนทำถนนคนเดินประจำอยู่แล้ว โดยในทุกวันจันทร์ และวันศุกร์ จะมีการปิดถนน 1 ช่องจราจรระหว่างแยกกลางเวียงไปถึงแยกโรงเรียนพุทธิโศภณ เป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ฝั่งวัดเจดีย์หลวงวรวิหารและวัดพันเตา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนำแผงเหล็กมากั้นตั้งแต่หัวถึงท้ายถนน ปิดการจราจรไป 1 ช่องทางในฝั่งดังกล่าว และที่สำคัญมีการเปิดให้ตั้งแผงจำหน่ายสินค้าโดยเป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกันกับที่มาจำหน่ายในถนนคนเดินวันอาทิตย์

จากการตรวจสอบพบว่ามีการ แบ่งล็อคจำหน่ายสินค้า  โดยให้แผงขายสินค้าตั้งอยู่บนผิวจราจรไป 1 ช่องทาง และเปิดพื้นที่ฟุตบาทให้คนเดิน โดยไม่ได้มีการจัดกิจกรรม หรืองานประเพณีใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการปิดถนนให้กลุ่มผู้ค้ามาขายสินค้าทั้งเสื้อผ้า งานศิลปะ ของฝากของที่ระลึกอาหารการกินไปจนถึงผลไม้ อาทิ ทุเรียน ทั้งนี้การปิดถนนเพื่อขายสินค้าดังกล่าว พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับทราบว่าการปิดถนนดังกล่าวเพื่อจัดงานอะไรหรือเปิดเพื่อกิจกรรมใดๆ และการปิดถนนดังกล่าวกลับสร้างความลำบากให้กับผู้ที่ใช้เส้นทางในถนนเส้นนี้และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้เช่นเดียวกันเพราะในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมาทุกวันจันทร์ และวันศุกร์ จะมีการปิดถนนตั้งแต่เวลา 17.00 น.ไปจนถึงช่วงกลางดึกประมาณ 23.00น เพื่อขายสินค้า ทั้งนี้ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวแจ้งว่าทุกวันอาทิตย์ก็มีการปิดถนนเป็นถนนคนเดินอยู่แล้ว แต่เมื่อมาปิดเพิ่มทุกวันก็สร้างความเดือดร้อนในเรื่องการสัญจรไปมา การเข้าออกสถานที่พัก รวมไปถึงการค้าขายของร้านค้าในบริเวณดังกล่าวด้วย เนื่องในบริเวณดังกล่าว ห้างร้าน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เกสต์เฮ้าส์ อพาร์ทเม้นท์หรือแม้แต่ คลินิกรักษาโรค  วัดอีก 2 แห่งคือวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา และโรงเรียนอีก 2 แห่งคือโรงเรียนพุทธิโศภณ และโรงเรียนเมตตาศึกษา ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้จะอ้างว่าเริ่มปิดถนน 17.00 น. แต่ความเป็นจริงแล้วโรงเรียนแม้ว่าจะเลิกเรียนแล้วแต่เด็กๆ ก็มีกิจกรรมหลังเลิกเรียนทั้งกินกรรมในโรงเรียนและการเรียนพิเศษต่างๆ ทำให้เกิดความลำบากสำหรับผู้ปกครอง

และสิ่งที่ชาวบ้านในชุมชนเมืองที่ได้รับผลกระทบห่วงที่สุดคือเรื่องของการจราจร ความลำบากของผู้ที่ต้องทำมาหากินบนพื้นที่ดังกล่าว 1 สัปดาห์จะต้องถูกปิดถนนในวันอาทิตย์ไปแล้ว 1 วันจะต้องมาปิดถนนอีก 2 วัน ก็ไม่สามารถทำมาค้าขายได้สะดวก และยังมีข่าวว่าอาจจะมีการทำโครงการให้ปิดถนนทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ด้วย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับคนในชุมชนอย่างเพลิงไหม้ หรือมีผู้ป่วยฉุกเฉินจะเกิดความยากลำบากอย่างหนัก การขอคืนพื้นที่การจราจรให้กับชุมชน 6 วันต่อสัปดาห์ถือว่าเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ของภาครัฐต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชน และคนหมู่มาก

ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านเกี่ยวกับการปิดถนนขายของดังกล่าวนั้นพบว่ามี กลุ่มที่เข้ามาดำเนินการดังกล่าว คือ กลุ่มที่อ้างว่าเป็น ตัวแทนของชุมชน 13 ชุมชนที่มีผู้นำชุมชนบางชุมชนไปเข้าลงชื่อขอจัดกิจกรรมโดยอ้างว่าเป็นการขายสินค้าหัตถกรรม เพื่อช่วยชาวบ้าน โดยไม่มีการสอบถามชาวบ้านในชุมชนที่ได้รับผลกระทบเลย ขณะที่ผู้นำชุมนที่ได้รับผลกระทบก็ได้มีการขอถอนชื่อออกแล้วเช่นกันหลังพบว่าชาวบ้านคัดค้านโครงการดังกล่าว นอกจากนี้แล้วยังพบว่าผู้ที่อนุมัติให้ปิดถนนคือส่วนของ สภ.เมืองเชียงใหม่ งานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ลงนามอนุมัติ เริ่มโครงการทดลองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562   แต่ปรากฏว่าหนังสืออนุญาตกลับมีการลงนามออกคำสั่งในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ซึ่งในขณะที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ก็อ้างว่าเป็นกิจกรรมของชุมชนที่ไปขอทางตำรวจให้ดำเนินการอนุญาต และการปิดถนนดังกล่าวไม่ได้เป็นโครงการของเทศบาลนครเชียงใหม่แต่อย่างใด จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การขออนุญาตปิดถนนเพื่อขายของนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการปิดเพื่อให้กลุ่มบุคคลใดได้หรือไม่ เพราะถนนนั้นเป็นที่สาธารณะ และทำไมเทศบาลนครเชียงใหม่ไม่เข้ามาดูแลในเรื่องดังกล่าว และทราบว่าในการปิดถนนดังกล่าวนั้นมีการเก็บเงินค่าไฟฟ้า และ ค่าเก็บขยะด้วย ซึ่งมีข้อสงสัยว่าใครเป็นผู้เก็บและเก็บไปให้หน่วยงานใด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here