ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ถกจีน หาทางแก้ปัญหาหมอกควัน หวังนำเทคโนโลยีหอกรองอากาศของจีนมาใช้

0
52

ผู้ว่าฯเชียงใหม่แถลง การดูงานที่จีนหาทางแก้ไขปัญหาหมอกควัน หวังนำเทคโนโลยีหอกรองอากาศ ของจีนที่ ลดฝุ่นกว่า 90% มาใช้  เผยทีมวิจัยจากจีนจะลงพื้นที่จริงเชียงใหม่เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล

3 ก.ย. 62 นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการประชุมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ถึงการเดินทางไปศึกษาดูงานที่จีน ว่า เมื่อช่วงวันที่ 28-31 ส.ค. 62 ตนเองพร้อมคณะประกอบ  นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผ.ศ. ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  นายสุรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่  นายพลแก้ว วัชระชัยสุรพล เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ ผู้แทนหน่วยงานเกี่ยวข้องจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยในวันที่ 30 ส.ค. 62 ได้เข้า เยี่ยมชม ศึกษาดูงาน และหารือเกี่ยวกับองค์ความรู้ และเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่ Shanghai Institute of Ceramics Chinise Academy of Sciences นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนโดยมีศาสตราจารย์ Lixin Song ผู้อำนวยการ และคณะให้การต้อนรับ พร้อม ดร.Yan Wang ทีมนักวิจัย บรรยายสรุปให้ข้อมูล

สำหรับสถาบันดังกล่าวนี้เป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีนที่ทำการศึกษาวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบัน ได้ทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาวัสดุใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ ในการ บำบัด คุณภาพอากาศได้ โดยสารดังกล่าวนี้มีคุณสมบัติ ในการที่ จะแยกสิ่งเจือปน ทั้งฝุ่นละออง สารระเหยและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเมื่อนำไปใช้เคลือบกระจก และอาศัยแสงอาทิตย์ในการแยกสลายสารปนเปื้อนหรือสิ่งสกปรกด้วยตัวเอง ด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Photocatalysis โดยทำปฏิกิริยากับฝุ่นที่เกาะอยู่บนกระจกทำให้เกิดน้ำแล้วหลุดหล่นลงสู่ด้านล่างจึงสามารถนำไปเป็น วัสดุส่วนหนึ่งของระบบกรองอากาศและพัฒนาขึ้นเป็นหอคอยกรองอากาศที่ปัจจุบันทางสถาบันสามารถพัฒนาต้นแบบหอคอยกรองอากาศ รุ่นที่ 2 ได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

ทั้งนี้ หอคอยกรองอากาศรุ่นที่ 2 นั้น ได้มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่า ภายในเวลา 1 ชั่วโมง สามารถ กรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้มากกว่าร้อยละ 93   โดยหอคอยกรองอากาศรุ่นที่ 2 นี้มีขนาดความสูง 16 เมตรและฐานกว้างยาว 20 เมตร สามารถกรองอากาศครอบคลุมรัศมีพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร โดยหลักการทำงานนั้น ภายในหอคอยที่มีรูปร่างเหมือนปล่องจะทำการติดตั้งกระจกที่เคลือบด้วยวัสดุพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาได้  บริเวณฐานจะเป็นน้ำและมีช่องระบายให้อากาศสามารถลอดเข้าไปในตัวปล่องได้  วิธีการทำงานอาศัยหลักการที่ว่าอากาศร้อนจะลอยขึ้นสู่ด้านบน ด้วยการอาศัย แสงอาทิตย์ทำให้กระจกมีความร้อน และดูดอากาศจากด้านล่างผ่านปล่องขึ้นมา แล้วดักจับฝุ่นละออง ที่สุดท้ายจะหลุดและสลายตัวลงไปในน้ำที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งเบื้องต้นประมาณต้นทุนเฉพาะการก่อสร้างหอคอยกรองอากาศ รุ่นที่ 2 พร้อมติดตั้งอุปกรณ์พร้อมใช้งาน อยู่ที่ราว 5 ล้านหยวนหรือประมาณ 25 ล้านบาท ต่อ1ตัว ซึ่งข้อดีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของหอคอยนี้คือไม่ต้องสิ้นเปลืองต้นทุนหรือจัดงบประมาณในการบำรุงรักษา อย่างไรก็ตามหากจะมีการนำไปใช้ที่เชียงใหม่หรือภาคเหนือ ของประเทศไทย จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของสภาพปัญหาด้วยการลงพื้นที่จริงอีกครั้ง โดยในช่วงวันที่ 27 – 30 ก.ย. 62 นี้ทีมวิจัยจากสถาบัน Shanghai Institute of Ceramics Chinise Academy of Sciences  ก็จะเดินทางมายังเชียงใหม่เพื่อดูสภาพพื้นที่จริง แล้วเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการ ศึกษาดูงานและ หารือ ร่วมกับทางสถาบันวิจัยถือว่าได้รับประโยชน์และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการที่จะนำองค์ความรู้ ไปปรับใช้เพื่อแก้ไข หรือบรรเทา ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขปัญหาหมอกควันจะอาศัยแต่เพียงการสร้างหอคอยกรองอากาศแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้เพราะจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือ จากประชาชนในพื้นที่ที่จะต้องช่วยลดการเผาทั้งการเผาป่าและการเผาพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา

  

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here