ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำสื่อชมสนามบินเวียดนาม ศึกษาการบริหารงานของสนามบิน เติน เซิน เญิ้ต

0
130

ท่าอากาศยานเชียงใหม่นำสื่อมวลชนเชียงใหม่ศึกษาดูงานท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต ท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้โดยสารแออัดที่สุด 1 ใน 50 แห่งของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารท่าอากาศยาน

               

 

                   นาวาอากาศเอก วิสูธ จันทนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานท่าอากาศยานภูมิภาค) พร้อมด้วย นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผู้บริหารของท่าอากาศยานเชียงใหม่ และสื่อมวลชนจากจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานของท่าอากาศยาน เติน เวิน เญิ้ต ที่ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2560 ทั้งนี้การไปดังกล่าวเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารท่าอากาศยาน ภายใต้ข้อจำกัดด้านกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก   กับท่าอากาศยานนานาชาติ เติน เซิน เญิ้ต

               

 

                ทั้งนี้ นาวาอากาศเอก วิสูธ จันทนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานท่าอากาศยานภูมิภาค)กล่าวว่า ท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต นี้เป็นท่าอากาศยานที่สำคัญของเวียดนาม ซึ่งเป็นสนามบินหลักที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างขึ้นเมื่อปี 2473 ให้บริการในระดับนานาชาติครอบคลุมพื้นที่เวียดนามฝั่งใต้ รองรับผู้โดยสารได้ 28 ล้านคนต่อปี แต่ในปี 2560 มีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการมากถึง 35.9 ล้านคน และติดอันดับ 1 ใน 50 สนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในโลก ซึ่งการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ในการที่จะศึกษาถึงการบริหารงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้กับท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตน่าจะมีผู้โดยสารที่หนาแน่นเช่นเดียวกัน

               

 

               สำหรับท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต นั้นเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Airport Corporation of Vietnam (ACV) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารท่าอากาศยานจำนวนทั้งสิ้น 21 แห่งของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดย ACV ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยาน หรือ Sister Airport Agreement (SAA) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.58 โดยมีท่าอากาศยานที่มุ่งเน้นในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือภายใต้การบริหารของ ACV จำนวน 4 ท่าอากาศยาน คือ ท่าอากาศยานนานาชาติ เติน เซิน เญิ้ต ท่าอากาศยานนานาชาติ     โหน่ยบ่าย ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง และท่าอากาศยานนานาชาติ ฟูก๊วก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่นการเดินทางไปประชุม ACV AOT Executive Meeting ณ เมืองดาลัด และการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้และประสบการณ์ภายใต้หัวข้อ Expansion Project และ Safety and Security การเดินทางไปศึกษาดูงานภายใต้หัวข้อ Expansion Project และ Safety Management System (SMS) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย และท่าอากาศยานนานาชาติฟูก๊วก และ คณะผู้แทนของ ACV เดินทางมาประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกับคณะผู้แทนของ ทอท.ภายใต้หัวข้อ Airport Operations และ Aeronautical and Non Aeronautical Services in the Airport เป็นต้น

               ปัจจุบัน ทอท.มีกลุ่มพันธมิตรท่าอากาศยานที่ลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ร่วมกับ ทอท.ทั้งสิ้น 11 องค์กร ใน 8 ประเทศ ครอบคลุมท่าอากาศยานนานาชาติ 15 แห่ง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ  ท่าอากาศยานที่เป็นพันธมิตร ในการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing Partners) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและนำข้อมูลมาพัฒนาท่าอากาศยาน ของ ทอท.ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มท่าอากาศยานแนวหน้าหรือเทียบเท่า ทอท.หรือท่าอากาศยานที่ตั้งไกลออกไป เช่น ท่าอากาศยานออสติน-เบิร์กสตอร์ม มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

             

 

               ท่าอากาศยานที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ของแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด (Sources of Best Practice) เพื่อนำแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดมาพัฒนาขีดความสามารถของ ทอท.ได้แก่ ท่าอากาศยานแนวหน้าที่มีความใกล้เคียงกับ ทอท.และไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง เช่น ท่าอากาศยานมิวนิค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ท่าอากาศยานอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ท่าอากาศยานนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น และ ท่าอากาศยานที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Potential Future Clients) เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์สำหรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต เช่น การฝึกอบรมและบริการให้คำปรึกษา ได้แก่ ท่าอากาศยานที่มีความต้องการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยาน โดย ทอท.มุ่งเน้นที่ท่าอากาศยานในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (CLMV) เช่น ท่าอากาศยานเนปิดอว์ และท่าอากาศยานย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นต้น

              

 

  ทั้งนี้ นาวาอากาศเอก วิสูธ จันทนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานท่าอากาศยานภูมิภาค) กล่าวด้วยว่าในการมาศึกษาดูงานครั้งนี้พบว่า ท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต นี้มีผู้โดยสารที่แออัดมากเกินขีดความสามารถในการรองรับของท่าอากาศยาน แต่ก็มีการบริการจัดการโดยเน้นการใช้บุคคลากรมาให้บริการในช่วงที่มีการเดินทางคับคั่ง โดยเน้นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้การบริการมีประสิทธิภาพ มีการบริการที่สะดวกรวดเร็ว ซึ่งการบริหารจัดการของท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต นั้นค่อนข้างดี เพราะเมื่อมีการออกกฎอะไรออกมาก็จะปฏิบัติตาม  ในขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็ต้องเข้าใจว่าแม้จะแออัดก็มีความพยายามที่จะพัฒนาสนามบินที่มีอยู่เดิมให้ดีที่สุด

             

           นาวาอากาศเอก วิสูธ จันทนา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันการเดินทางเชื่อมต่อเมืองไม่มีพรมแดน  เวียดนามเป็นประเทศที่กำลังเกิดใหม่ในการเดินทางทางอากาศ ทำให้กลายเป็นจุดเชื่อมการบินจากหลายเมือง หลายประเทศ เชียงใหม่เองก็เป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งของชาวเวียดนาม ซึ่งเวียดนามก็เป็นจุดหมายปลายทางของชาวเชียงใหม่เช่นกัน ซึ่งสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างกัน ในอนาคตแนวโน้มที่จะมีสายการบินอื่นของเวียดนามที่จะมาเปิดเส้นทางการบินสู่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

            ด้านนาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาน ผ็อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่นั้นมีขนาดเล็กกว่าท่าอากาศยาน เติน เซิน เญิ้ต ของเวียดนาม แต่ในอนาคตก็จะมีการปรับปรุงพัฒนาอาคารหลังเก่าและสร้างอาคารหลังใหม่จะทำให้มีความลึกและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการมีรูปละษณ์ทางกายภาพที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here