ม.แม่โจ้ ปลูกกัญชา 12,000 ต้น เพื่อการแพทย์ ป้อน กระทรวงสาธารณสุข ใช้ในการวิจัยและรักษา

0
120

รองนายก รมต. ร่วมเปิดโครงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ 12,000ต้น ที่ ม.แม่โจ้ ตั้งเป้าได้ผลผลิตต้นปี 2563 ประมาณ 2.5ตัน ผลิตน้ำมันกัญชาได้1ล้านขวด ใช้ในการรักษาและวิจัย

21 ก.ย.62  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ 12,000 ต้น ซึ่งเป็นความร่วมมือองค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตามมาตรฐานเกรดทางการแพทย์แบบครบวงจร ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำเนินการปลูกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยที่ได้รับการคัดเลือกแล้วจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีความเหมาะสมและตั้งชื่อว่าสายพันธุ์อิสระ 01 ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติให้ นพ.อิสระ เจียวิริยะบุญญา ผอ.โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี   ที่มอบเมล็ดกัญชาให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งกัญชาพันธ์ดังกล่าวนั้นเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราและมีสารที่เป็นประโยชน์ในภาวะที่สมดุลและที่ สำคัญกัญชาที่ปลูกพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ไทย ทำให้จะไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์พันธุ์ต่างชาติในอนาคต ทั้งนี้มางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ทำการปลูกกัญชานี้ด้วยระบบอินทรีย์ในระบบปิด โดยได้รับควบคุมดูแลอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญ โดยโอกาสนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำลงมือปลูกกัญชาต้นแรกตามโครงการนี้ พร้อมกับคณะผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้และนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปลูกร่วมกันด้วยรวมจำนวน 85 ต้น เท่ากับอายุก่อตั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า การปลูกต้นกล้ากัญชาตามโครงการดังกล่าวในครั้งนี้ เป็นกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน จำนวน  12,000 ต้น  คาดว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2563  จะสามารถส่งวัตถุดิบกัญชาดอกแห้ง จำนวน 2,400 กิโลกรัม ให้องค์การเภสัชกรรม และเครือข่าย สกัดเป็นยาจากสารสกัดกัญชาได้ประมาณ 1 ล้านขวด สร้างการเข้าถึงได้มากขึ้นในช่องทางสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ทั้งโรงพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งคลินิกต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้โครงการนี้ยังจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์อย่างครบวงจรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเป็นเหมือนสมุนไพรหลังบ้าน อย่างไรก็ตามย้ำว่าการใช้น้ำมันกัญชาในการรักษาอาการเจ็บป่วย ต้องได้รับการสั่งยาโดยแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นสารที่ออกฤทธิ์เร็วต่อจิตประสาทและมีผลข้างเคียง

ศ.จ. ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้  เป็นหน่วยงานต้นน้ำ เห็นว่าเพื่อให้ได้ต้นกัญชาแห้งที่มีคุณภาพเกรดทางการแพทย์นั้น ต้องปลูกภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นไปตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติด้านเกษตรอินทรีย์หรือ IFOAM, USDA Organic Standard ซึ่งเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานสากลในระดับโลก และด้วยกัญชายังมีสถานะเป็นยาเสพติด มาตรการรักษาความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดี หรือ GSP (Good Security Practices) การปลูกตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นั้น ได้ดำเนินการปลูกด้วยระบบไร้สารเคมีสังเคราะห์ โดยการใช้วัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูก ธาตุอาหารพืช จุลินทรีย์กำจัดศัตรูพืชทั้งเชื้อราและกำจัดแมลง ตลอดจนแมลงตัวห้ำ โดยวัสดุทั้งหมดที่ใช้ได้รับการรับรองในระบบเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม

โดยโครงการนี้ได้ต่อยอดมาจากโครงการอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์จังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลห้าปีตั้งแต่ปี 2557-2562 และสามารถดำเนินการผลิตปัจจัยการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโครงการทั้งหมดอยู่ในบริเวณเดียวกัน ส่วน มาตรฐาน GSP นั้น ใช้ระบบความปลอดภัยตามแบบมาตรฐานของอย. ปปส. อภ. ที่ควบคุมการผลิตในบริเวณที่ควบคุมอย่างเข้มงวด ด้านการเช้าออกบริเวณที่ปลูกพืชในระบบปิด ทั้งโรงเพาะกล้า โรงปลูก ด้วยระบบสแกนนิ้ว กล้องวงจรปิด รั้วล้อมรอบ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด24ชั่วโมง และสามารถตรวจดูได้จากระบบสื่อสารทางไกลจากผู้เกี่ยวข้องและบันทึกข้อมูลไว้ตรวจสอบจากระบบได้มากกว่าหนึ่งปี

ขณะที่นายแพทย์โสภณ  เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรมได้เตรียมความพร้อมการสกัดวัตถุดิบกัญชาที่จะได้รับจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ไว้แล้ว ทั้งเครื่องสกัดคุณภาพสูง และสถานที่ผลิตรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่เป็นไปตามแนวทางมาตรฐานกรรมวิธีที่ดีในการผลิต ตามมาตรฐานการปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดี และมาตรฐานการปฏิบัติด้านห้องปฏิบัติการที่ดี สำหรับการตรวจวิเคราะห์ ควบคุมคุณภาพ  ซึ่งสามารถรองรับวัตถุดิบดอกกัญชาแห้งจำนวนไม่น้อยกว่า 12 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ สายพันธุ์กัญชาที่ปลูกในครั้งนี้ เป็นสายพันธุ์ไทย ทีมงานขององค์การเภสัชกรรม จะตรวจประเมินในระหว่างการปลูกอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง โดยดอกกัญชาแห้ง จะถูกควบคุมคุณภาพผ่านการตรวจวิเคราะห์สิ่งปนเปื้อนจากห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน การบรรจุดอกกัญชาแห้งจะต้องบรรจุในถุงอลูมิเนียมฟอยด์เพื่อป้องกันความชื้น

ส่วนนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า มั่นใจว่าผลผลิตที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้  จะได้น้ำมันกัญชาเกรดทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐานครบวงจรตั้งแต่การปลูก การสกัดเป็นยาซึ่งกรมการแพทย์จะได้นำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยควบคู่ไปกับการวิจัยอย่างต่อเนื่อง  โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้นำน้ำมันกัญชาล็อตแรกไปทำการศึกษาวิจัยเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง เพื่อศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็ง 10 ชนิด ขณะนี้รอผลการทดลอง ทั้งนี้ กรมการแพทย์ได้จัดอบรมหลักสูตรการใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ มีแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ผ่านการอบรมแล้ว 5,600 คน และเปิดคลินิกให้คำปรึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลในสังกัด ให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการรักษาครอบคลุมกลุ่มโรคที่มีผลวิจัยยืนยันทางการแพทย์ ให้คำแนะนำและติดตาม รวมทั้งเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้   นอกจากนี้  ในส่วนพยาบาลที่ต้องทำงานในคลินิกกัญชาฯจะอบรมทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้

      

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here