ทสจ.เชียงใหม่ เร่งขับเคลื่อนแผนแก้ไขปัญหาหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมใช้เครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ลดฝุ่น

0
58
            ทสจ.เชียงใหม่ แจง เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ประจำปี 2563 เตรียมแผนติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่เพื่อลดฝุ่นละออง pm2.5
            16 ต.ค. 62  นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา  ผ.อ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ได้กล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ ถึงมาตรการในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่ ในปีงบประมาณ 2563 ว่า จังหวัดเชียงใหม่นั้นได้ประกาศแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ประจำปีงบประมาณ 2563 ไปเมื่อวันที่  24 ก.ย. 62 ที่ผ่านมาโดยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่( พ.ศ.2561-65 )และเพิ่มเติมบรรจุประเด็นที่ 5 การแก้ไขปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5  การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินการของจังหวัดมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจากการสรุปผลการถอดบทเรียนของทุกภาคส่วนในปีที่ผ่านมาได้กำหนดกรอบการทำงานเป็น 4 มาตรการ คือ ดึงฟืนออกจากไฟ โดยการลดและจัดการเศษวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงทุกประเภทในทุกพื้นที่  ดึงไฟจากใจคน โดยการสร้างนวัตกรรมในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนทั้ง Online  On air On ground  เชียงใหม่ปลอดภัยจากมลพิษและฝุ่นควัน โดยดำเนินการป้องกันปัญหาและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และขยายผลการดำเนินงานตามแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
           
           นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา  ผ.อ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า จากการประเมินโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าในปี 2563 จะมีสถานการณ์ความแห้งแล้งไม่น้อยกว่าปีนี้ปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าบางแห่งอาจลดลง แต่โดยรวมแล้วปัจจัยการเกิดปัญหาหมอกควันไฟป่า(HOT SPOT)และฝุ่นควัน PM 2.5  ไม่ลดน้อยกว่าปี 2562 และจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัด  เมื่อวันที่ 10  ต.ค.62  โดยรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้มอบนโยบายโดยเน้นปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันการเผาในพื้นที่โล่งและการดูแลสุขภาพของประชาชนจากผลกระทบของฝุ่นควันอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
           
           นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา   กล่าวด้วยว่าล่าสุด นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนตามมาตรการและแผนงานและโครงการที่กำหนดไว้ และเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 211 แห่ง ได้จัดเตรียมงบประมาณสนับสนุนหมู่บ้าน/ชุมชน ไว้แล้วจำนวน 74 ล้านบาท  และในส่วนของฝ่ายวิชาการและสาธารณสุขได้มีการดำเนินการที่จะจัดทำและพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นละออง(Safety zone)จำนวน317แห่ง ทั้งในสถานพยาบาลระดับอำเภอ/ตำบล ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก โรงเรียนในระดับประถมศึกษา รวมทั้งบ้านที่พักของผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง(เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ)  พร้อมทั้งได้มีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในหัวข้อวิชาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5  โดยศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนเพิ่มเติมในปีการศึกษาปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มในสถานศึกษาระดับประถมศึกษาทั้ง 131แห่ง ในเดือนตุลาคม นี้ เป็นต้นไป
           
          ในกรณีที่เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานนั้นนายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา  กล่าวว่าในขณะนี้ได้มีการหารือที่จะใช้เครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ จังหวัดเชียงใหม่ และ มณฑลเซี่ยงไฮ้ ในการพัฒนาเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ เพื่อนำมาใช้ในช่วงเกิดปัญหา พร้อมกับนำเครื่องกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบเดียวกับเครื่องกรองฝุ่นยักษ์เขียวของมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จะให้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันพัฒนาซึ่งจะสามารถฟอกอากาศได้ในพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร โดยมีราคาเครื่องละประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยจะนำไปติดตั้งในสวนสาธารณะในเมือง และ ในศูนย์ราชการเชียงใหม่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ส่วนหนึ่ง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here