เครือข่ายชุมชนเชียงใหม่ ค้านสุดตัว กรณีความพยายามของกรมการค้าภายในจะให้ขายของบนลานท่าแพ

0
90

เครือข่ายชุมชนเชียงใหม่ เคลื่อนไหวคัดค้านกรณีอธิบดีกรมการค้าภายในหารือจังหวัดหาแนวทางให้มีการเปิดขายของบนลานท่าแพ อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งที่คนเชียงใหม่ต้องการให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เป็นหน้าตาของเมืองเชียงใหม่

        18 ต.ค. 62 นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหมj ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน กรณีที่ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 ที่ผ่านมานายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนกลุ่มพ่อค้าในจังหวัดเชียงใหม่  ตัวแทนพรรคการเมือง  ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมถนนคนเดินลานประตูท่าแพ  ทำให้เกิดกระแสว่ามีความพยายามที่จะเปิดให้ข่วงประตูท่าแพให้พ่อค้า แม่ค้า กลับมาขายของบนลานท่าแพอีก  ทั้งที่เมื่อปี 2559 ได้มีการสั่งระงับไม่ให้มีตั้งพื้นที่ขายของบนข่วงประตูท่าแพ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกิจกรรมถนคนเดิน หรือ กิจกรรมอื่นๆ เพราะก่อนหน้านั้นที่มี่การอนุญาตให้ใช้เป็นที่ขายของได้ ปรากฏว่าข่วงประตูท่าแพนั้นกลายเป็นสภาพที่ไม่ต่างจากตลาดนัด มีทั้งแผงลอยและรถขึ้นไปจอด จนกลายเป็นภาพที่ไม่น่าดู ไม่สมกับเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญและโบราณสถานของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลังจากที่งดให้มีการขายของบนข่วงท่าแพแล้ว  ข่วงท่าแพก็กลับมามีความสำคัญทางด้านท่องเที่ยวมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างประเทศพากันมาเที่ยวชมและถ่ายภาพจนกลายเป็นสถานที่ที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ไปแล้ว

 

          นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่าจาก กระแสข่าวดังกล่าวว่า เบื้องต้นทางเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์เมืองเก่า และการผลักดันเชียงใหม่เป็นมรดกโลก รวมทั้งเคยเคลื่อนไหวคัดค้านการอนุญาตให้กลุ่มผู้ค้านำสินค้าต่างๆ ไปตั้งร้านหรือวางจำหน่ายบนลานประตูท่าแพจนเป็นผลเมื่อปี 2559 รู้สึกกังวลใจและไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ทราบเรื่องที่รองอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธานการประชุมแนวทางการส่งเสริมถนนคนเดินข่วงประตูท่าแพ เพราะเชื่อว่าเป็นการเตรียมการที่จะให้มีการกลับมาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ลานประตูประตูท่าแพ ในการการตั้งร้านหรือวางจำหน่ายสินค้าอีกครั้ง โดยอ้างเหตุผลว่าส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามความพยายามของคนบางกลุ่มที่มีผลประโยชน์จากการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ทั้งผลประโยชน์เชิงพาณิชย์และทางการเมือง ซึ่งทางเครือข่ายยังคงยืนยันจุดยืนคัดค้านการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ตั้งร้านหรือวางจำหน่ายสินค้าบนลานประตูท่าแพเช่นเดิม

 

         ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ย้ำว่า ลานประตูท่าแพ เป็นพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถือเป็นโบราณสถานที่เป็นสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์คของเมืองเชียงใหม่ ทำให้ทราบว่าเป็นพื้นที่ของเขตเมืองเก่า ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องอนุรักษ์และพัฒนาให้มีความสง่างามเป็นหน้าตาของเมือง อีกทั้งประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกคน รวมทั้งนักท่องเที่ยวควรจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันสำหรับการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ไม่ใช่การอนุญาตหรือปล่อยให้คนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์หรือเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในเชิงธุรกิจบนพื้นที่สาธารณะดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่และศิลปากรเคยมีการทำข้อตกลงร่วมกันไว้แล้วว่าพื้นที่ลานประตูท่าแพนั้นจะให้ใช้สำหรับกิจกรรมสาธารณะประโยชน์,ประเพณีวัฒนธรรม และการศึกษา รวมทั้งห้ามซื้อขายสินค้า จึงอยากให้ยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว
               ทั้งนี้นางเสาวคนธ์ บอกด้วยว่า หากต้องการเปิดพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้าตั้งร้านจำหน่ายสินค้า โดยอ้างว่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว มองว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่จะต้องมาใช้พื้นที่ลานประตูท่าแพ เพราะทุกวันนี้มีพื้นที่มากมายหลายจุดที่มีการจัดสรรพื้นที่เปิดเป็นตลาดนัดหรือถนนคนเดินให้ผู้ค้าวนเวียนกันไปตั้งร้านได้ทุกวัน ซึ่งการใช้พื้นที่เปิดตลาดนั้น ที่จริงแล้วแทบไม่ต้องใช้ความคิดอะไรเลย หากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะไปคิดเรื่องการพัฒนาย่านการค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีอยู่แล้วให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจและเป็นระเบียบมีระบบยิ่งขึ้นจะเกิดประโยชน์ยั่งยืนมากกว่า ส่วนพื้นที่ลานประตูท่าแพนั้น ควรรักษาไว้ให้เป็นมรดกและเชิดหน้าชูตาบ้านเมืองจะดีที่สุด
              สำหรับการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนั้น นางเสาวคนธ์ เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่และเครือข่ายภาคประชาชน ได้มีการประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 16 ต.ค.62 พร้อมทั้งทำหนังสือในนามคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าเชียงใหม่ภาคประชาสังคม ส่งถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรมศิลปากร และประธานคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า เพื่อคัดค้านและให้พิจารณาทบทวนเรื่องดังกล่าวอย่างถ้วนถี่ ขณะที่ในวันที่ 3 พ.ย.62 ทางเครือข่ายภาคประชาสังคมจะจัดกิจกรรม “ล้างข่วง ไล่ขึด ฮับขวัญเมืองเดือนยี่เป็ง” เพื่อย้ำจุดยืนและทำความสะอาดลานประตูท่าแพ เพื่อรับช่วงการจัดงานประเพณียี่เป็ง.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here