วุ่นไม่จบ ทุบลานหน้าห้างเมญ่า ถกกันวุ่น สุดท้าย สรุปต้องคืนพื้นที่ให้ทางหลวงทุบทิ้งตามกฎหมาย

0
211

ผวจ.เชียงใหม่ ประชุมร่วมแก้ปัญหาลานหน้าห้างเมญ่า รุกพื้นที่ทางหลวง ที่นักวิชาการโผล่ค้านห้ามทุบ อ้างเหตุกลัวรถติด ท้ายสุดที่ประชุมสรุปต้องทุบ เพราะเป็นอำนาจของทางหลวงตามกฎหมาย

     20 พ.ย. 62 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ร.ศ.ธีระ วิสิทธิ์พานิช นักวิชาการที่เรียกร้องให้ทุบลานหน้าห้างเมญ่า และ ดร.วสันต์ จอมภักดี นักวิชาการชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่พร้อมคณะที่คัดค้านการทุบลานหน้าห้างเมญ่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมหารือแก้ไขปัญหาการก่อสร้างถนนปรับปรุงลานสาธารณะรินคำ(หน้าห้างสรรพสินค้าเมญ่า)   ทั้งนี้ที่ผ่านมานั้นไร่ ทางห้างสรรพสินค้าเมญ่า ขออนุญาตใช้พื้นที่ ทำเป็นลานกิจกรรมน้ำพุ ตั้งแต่ปี 2556  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น กระทั่งปัจจุบัน แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 มีแผนงานโครงการ ที่จะปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร และก่อนหน้านั้น ร.ศ.ธีระ วิสิทธิ์พานิช นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการทุบลานดังกล่าวเพราะรุกล้ำที่สาธารณะ ทำให้การจราจรติดขัด และเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่  2 ได้เริ่มลงมือทุบและรื้อลานดังกล่าวตามแผนงานที่ได้วางไว้ ปรากฏว่า ดร.วสันต์ จอมภักดี นักวิชาการชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่พร้อมพวกได้เข้าทำการขัดขวาง โดยอ้างว่าถ้าทุบขยายถนนแล้วจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรและปัญหาอื่นๆตามมา จนนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้ามาไกล่เกลี่ยและจัดประชุมหารือกันในวันที่ 20 พ.ย. 62 นี้

     การประชุมในครั้งนี้ นายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวชี้แจงว่า แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ได้ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการตามแผน ที่จะต้องเริ่มจากการที่ห้างต้องส่งมอบพื้นที่คืน และทางห้างเมญ่าได้แจ้งประสานว่าไม่สามารถทำการรื้อถอนและส่งมอบคืนพื้นที่ให้ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีกลุ่มคนและชุมชนใกล้เคียงที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวร้องขอให้ยุติตลอดและทางห้างไม่ต้องการจะมีปัญหาขัดแย้ง  ดังนั้นจึงร้องขอให้ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการให้โดยที่ทางห้างจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ทั้งหมด ซึ่งทางห้างได้ทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 ต.ค.62และได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 โดยมีข้อสรุปตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค.62 ว่าทางหลวงจะดำเนินการตามที่ออกแบบ โดยทุบลานดังกล่าวที่จะต้องตัดน้ำพุออกไปส่วนหนึ่ง เพื่อให้ลดระดับลงมาเท่ากับทางเท้า จากนั้นจะสร้างทางเท้า ลานกิจกรรม และประดับต้นไม้สวยงาม โดยใช้วัสดุก่อสร้างอย่างดี พร้อมจะใช้พื้นที่ตัดถนนเพิ่ม 1 ช่องทาง ทำทางเลี้ยวเชื่อมต่อเข้ากับถนนสายรองให้ครบวงรอบ ในช่วงตั้งแต่ที่พ้นหน้าห้างไปโดยไม่ต้องขับรถย้อนศรแบบปัจจุบัน ซึ่งต่อมาวันที่ 13 พ.ย.62 แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้เริ่มทำการรื้อถอน แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มคัดค้านเข้าขัดขวาง พร้อมเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาด้วย และนำไปสู่การจัดประชุมในครั้งนี้

     ทั้งนี้มีรายงานว่าในการประชุมหารือดังกล่าวในวันนี้ ปรากฏว่า ทั้งมีการยกข้อมูลอ้างอิงต่างๆมาถกเถียงกันอย่างดุเดือด ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้าน  โดยเฉพาะฝ่ายคัดค้านได้อ้างว่าถ้ามีการทุบรื้อลานหน้าห้างเมญ่าไปแล้ว จะทำให้รถหลั่งไหลเข้าไปทางชุมชนเจ็ดยอดและจะทำให้เกิดปัญหารถเข้าไปติดขัดในบริเวณดังกล่าว แต่ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ยังคงยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ทางหลวงอยู่แล้ว ไม่สามารถให้เอกชนถือครองใช้ประโยชน์ส่วนตนได้ ท้ายสุดยนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สรุปการหารือว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตทางหลวงและเป็นอำนาจของกรมทางหลวงที่จะดำเนินการ โดยทางจังหวัดไม่มีอำนาจ หากฝ่ายคัดค้านไม่เห็นด้วยให้ดำเนินการตามช่องทางกฎหมาย

     ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า บทสรุปจากการประชุมครั้งนี้คือกรณีนี้ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตทางหลวง ฉะนั้นจึงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางหลวง ซึ่งแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 มีแผนงานอยู่แล้วในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่และแยกให้เห็นชัดเจนระหว่างเขตทางหลวงกับพื้นที่เอกชน ขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะในชุมชนใกล้เคียงกังวลใจว่าการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะส่งผลให้การจราจรติดขัดขึ้นหรือไม่ พร้อมทั้งเสนอแนะข้อกังวลใจต่างๆ ให้ทางหลวงรับไปพิจารณาแล้ว  ส่วนประชาชนที่ไม่เห็นด้วยการโครงการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวนั้น ไม่ได้ขัดขวางการรื้อถอนลานของห้างสรรพสินค้า เพียงแต่แค่ไม่สบายใจเท่านั้น ซึ่งหากหลังจากนี้หากยังมีความกังวลใจอยู่คงต้องไปดำเนินการเรียกร้องตามกระบวนการและช่องทางกฎหมาย ส่วนการดำเนินการรื้อถอนลานดังกล่าวและส่งมอบพื้นที่คืนนั้น แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ฉะนั้นย่อมสามารถเข้าดำเนินการได้ต่อไป

     ล่าสุดการดำเนินการทุบและรื้อลานหน้าห้างเมญ่านั้น ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 จะกลับเข้าไปดำเนินการตามแผนของโครงการที่วางไว้ทันทีเพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาที่ได้วางไว้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here