ม.แม่โจ้ ประสบความสำเร็จ ปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในระดับอุตสาหกรรม ต้นทุนถูก คุณภาพสูง

0
16588
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แถลงความสำเร็จในการปลูกกัญชาประโยชน์ทางการแพทย์ ในระดับอุตสาหกรรม โดยใช้ระบบอินทรีย์เป็นแห่งแรก ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดในเอเชีย
    
     6 ม.ค. 63 ร.ศ.ดร. วีระพล ทองมา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วย ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ น.พ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และน.พ.อิสระ เจียวิริยบุญญา ผ.อ.ร.พ.มะเร็งอุดรธานี ผ.ศ.พาวิน มะโนชัย รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ศจ.ดร. อาณัฐ ตันโช หัวหน้าโครงการผลิตดอกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และ ผ.อ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว ความสำเร็จโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ 12,000 ต้น ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้
      ร.ศ.ดร. วีระพล ทองมา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า โครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม เป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยแม่โจ้กับกระทรวงสาธารณสุข โดยทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มอบหมายให้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ดำเนินการ โดยได้ลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์ องค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในโครงการ ปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ 12,000 ต้น ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้  เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 62 และในวันที่ 4 ก.ย. 62  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพติดให้ปลูกกัญชา รุ่นแรกได้จำนวน 12,000 ต้น โดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับจากกรมการแพทย์ ชื่อพันธุ์อิสระ 01 (ISSARA 01) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีสาร CBD และ THC ระดับสมดุล และในวันที่ 21 ก.ย. 62  นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเยี่ยมชม และปลูกกัญชาต้นแรกในโรงเรือนอัจฉริยะ ณ ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
     
     ศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐ ตันโช  หัวหน้าโครงการผลิตดอกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และ ผ.อ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า การปลูกกัญชาตามโครงการ ปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ 12,000 ต้น ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นั้น ถือว่าเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการปลูกกัญชาระบบเกษตรอินทรีย์ ในระดับอุตสาหกรรม กัญชาพันธุ์อิสระ 01 นั้นเป็นกัญชาพันธุ์ไทยแท้ 100%  ส่วนวิธีการปลูกนั้นเป็นการปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ Smart Organic Farming ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จาก IFOAM และ USDA
     
     ทั้งนี้การปลูกกัญชารุ่นแรก 12,000 ต้นนั้น ได้ปลูกในโรงเรือนพื้นที่ 3,400 ตรม. โดยปลูกในระยะชิด ด้วยการจัดทรงต้น การจัดเตรียมธาตุอาหารพืชในระบบอินทรีย์ การจัดให้มีแสงปกติ และมีการเพิ่มระยะเวลาการให้แสงเพื่อยืดระยะเวลาการเจริญเติบโตเพื่อให้ลำต้นสมบูรณ์ก่อนมีช่อดอก การจัดสารชีวพันธ์ในการกำจัดศัตรูพืช เพื่อควบคุมโรคและแมลง  และใช้วัสดุอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ ในรูปของเหลวที่เน้นธาตุอาหารที่จำเป็นของกัญชาในระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ผลผลิตที่สมบูรณ์ และเน้นการกระตุ้นให้ออกดอกด้วยฉี่ไส้เดือนดินจากสายพันธ์ท้องถิ่นไทย ซึ่งผลิตจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

   ศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐ กล่าวด้วยว่า การปลูกกัญชาในโครงการดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่สามารถปลูกกัญชาระบบเกษตรอินทรีย์ ในระดับอุตสาหกรรมเป็นแห่งแรกของเอเชีย  โดยใช้กัญชาพันธุ์ไทยแท้ด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และเป็นต้นกัญชาที่มีลักษณะที่สมบูรณ์ ที่มีความสูงกว่ามาตรฐานและใช้เทคโนโลยีในการทำให้ต้นกัญชาที่ปลูกเป็นเพศเมียมากที่สุดและสามารถออกดอกประมาณ 8 ช่อต่อ 1 ต้น โดยแต่ละช่อจะมีน้ำหนักประมาณ 250 กรัมขึ้นไป จนถึง 1 กิโลกรัม และที่สำคัญคือ มี สาร CBD และ THC ที่มีสัดส่วนเท่ากันซึ่งเหมาะสมในการเอาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มากที่สุด และที่สำคัญก็คือมีต้นทุนการผลิตต่อต้นถูกที่สุด โดยค่าใช้จ่ายในการปลูกต่อต้นเฉลี่ยต้นละ 750 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในขณะนี้
     
    ศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐกล่าวอีกว่า ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตกัญชา คาดว่าในการเก็บเกี่ยวกัญชาในการปลูกครั้งแรกนี้จะได้ผลผลิตดอกกัญชาสดไม่น้อยกว่า 10,000 กิโลกรัมหรือ 10 ตัน เพื่อส่งมอบให้กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรม และในวันที่ 15 ม.ค. 63 นี้ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเดินทางมาตัดช่อกัญชาช่อแรกที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ด้วย
 

 

      ด้าน นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผลผลิตที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้จะได้น้ำมันกัญชาเกรดทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐานครบวงจรตั้งแต่การปลูก การสกัดเป็นยาซึ่งกรมการแพทย์จะได้นำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยควบคู่ไปกับการวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยการปลูกกัญชาในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในการพัฒนากัญชาสายพันธุ์ไทยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และถือว่าค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจที่กัญชาที่ปลูกได้นี้มีสาร CBD และ THC ที่มีสัดส่วนเท่ากันเหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์
      ส่วน นพ.อิสระ เจียวิริยบุญญา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กล่าวว่า ผลผลิตกัญชาที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้จากการปลูกตามโครงการนี้ในครั้งแรกนี้น่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตสดได้ทั้งสิ้นประมาณ 10,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 10 ตัน ซึ่งจะทำเป็นผลผลิตแห้งได้ประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม โดยในจำนวนนี้ 400 กิโลกรัมจะมอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อศึกษาวิจัยพัฒนาตำรับยาไทยเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีต่อไป และให้มหาวิทยาลัยมหิดลศึกษาวิจัยในเรื่องฤทธิ์ของสารที่มีผลต่อเซลล์ด้วย ส่วนอีก 600 กิโลกรัมจะส่งมอบให้กรมการแพทย์เพื่อนำไปสกัดผลิตเป็นยาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here