อนุทิน เปิดคลินิกกัญชา รพ.นครพิงค์ แห่งแรกของ จ.เชียงใหม่

0
44

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์ แห่งแรกของจ.เชียงใหม่  อบรมทีมรักษา 125 คน พร้อมให้บริการแบบคู่ขนานทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ปัจจุบัน ( ภาพ / ข่าว สสจ.เชียงใหม่ )

     15 ม.ค. 63  โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชา เข้าถึงกัญชาเพื่อการรักษาได้อย่างปลอดภัย จากทีมรักษาที่ผ่านการฝึกอบรม  ด้วยสารสกัดกัญชาที่ผลิตผ่านมาตรฐานความปลอดภัย

 

       นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้โรงพยาบาลที่พร้อมจัดให้มีบริการกัญชาทางการแพทย์เพื่อรักษาบางโรคหรือบางอาการที่ได้รับการพิสูจน์ทางหลักวิชาการแล้วว่าสามารถรักษาด้วยสารสกัดกัญชา โดยแพทย์แผนปัจจุบัน มี 5 กลุ่มโรคได้แก่โรคลมชักในเด็ก โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อาการคลื่นไส้อาเจียนจากการใช้ยาเคมีในผู้ป่วยมะเร็ง และรักษาด้วยตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม โดยแพทย์แผนไทยได้แก่อาการ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ลมจุกเสียด ปวดศีรษะข้างเดียว ไมเกรน อาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ อาการปวดตึงเรื้อรัง อาการสั่นจากกลุ่มโรคประสาท อัมพฤกษ์อัมพาต

สำหรับคลินิกกัญชาทางการแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์  เป็น 1ใน 37 แห่ง ตามแผนการขยายบริการในระยะที่ 4 นับเป็นแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ มีบริการคู่ขนานทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนสารสกัดกัญชาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีทีมรักษาผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมการแพทย์125 คน ประกอบด้วย แพทย์ 39 คน ทันตแพทย์ 3 คนเภสัชกร 30 คน พยาบาลวิชาชีพ  49 คนและแพทย์แผนไทย 4 คน ให้บริการให้คำปรึกษา ตรวจคัดกรอง วินิจฉัยผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้กัญชาทางการแพทย์  ให้บริการทุกวันพุธ เวลา 13.00 น.- 16.30 น. ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าคัดกรองแล้ว  22 คน ส่วนใหญ่ มีอาการนอนไม่หลับ อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งระยะประคับประคอง

       ทั้งนี้นายอนุทินกล่าวว่า การดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนด้วยสารสกัดจากกัญชาและยาตำรับแผนไทยที่มีส่วนผสมของกัญชา จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ประชาชน และหวังว่าคลินิกกัญชาของโรงพยาบาลนครพิงค์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here