ทอท. แถลง พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม The Routes Asia Development Forum 2020

0
139

ทอท.จับมือจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในโลก The Routes Asia Development Forum 2020 ระหว่าง8-10มี.ค.63 โชว์ศักยภาพสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชียค่าเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท

3 ก.พ.63 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา จังหวัดเชียงใหม่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่แถลงข่าวความพร้อมจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 (RA2020) ซึ่งเป็นงานประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีการเวียนจัดไปในแต่ละประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อม ซึ่ง ปีนี้บริษัทท่าอากาศยานไทยได้รับการพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดจัดขึ้น ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค. 63 โดยจะมีผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ 800 คนจากประมาณ 100 สายการบินและท่าอากาศยานกว่า 250 แห่งทั่วโลก รวมทั้งหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวดีกว่า 30 หน่วยงาน และมีผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 20 คน    โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะได้มีส่วนร่วมในการประชุมแบบตัวต่อตัวกว่า 2000 ครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนบริการและความต้องการที่กำลังมองหาอยู่ สินค้าที่ว่าระหว่างการจัดงานจะก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทและยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย

     นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่( สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งในรอบ 14 ปีของประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพนับจากครั้งแรกที่เคยจัดที่พัทยาเมื่อปี 2006 ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ได้ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากธุรกิจการบินทั่วโลกซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของท่าอากาศยาน ความก้าวหน้าของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศรวมทั้งความพร้อมและคุณภาพของภาคอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการอีกด้วย ดูประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆทั้งในด้าน ความสะดวกในการเดินทางทางอากาศมาจากประเทศไทย เป็นเหตุผลที่ทำให้มีการพิจารณาเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินเครือข่ายเส้นทางการบินโอกาสทางการค้าและการลงทุน สร้างเส้นทางการบินเส้นทางใหม่นำไปสู่การขยายตัวทางด้านการท่องเที่ยวและสร้างงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนตลอดจนยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายของกลุ่มประเทศ CLMV( กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าระหว่างการจัดงานจะก่อให้เกิดรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย

      นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า การจัดการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดเชียงใหม่ ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็น 1 ใน 5 หัวเมือง MICE หลักของประเทศ  มีความพร้อมในการจัดประชุมนานาชาติทั้งด้านสถานที่จัดงานโรงแรมที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนักเดินทางธุรกิจ เชียงใหม่มีสถานที่ประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐาน ประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าจำนวน 16 แห่งรวม 56 ห้องมีความพร้อมในด้านบุคลากรที่มีความสามารถสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามตลอดจนความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม โดยจากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการองค์การมหาชนพบว่านับตั้งแต่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเปิดตัวในปี 2556 มีจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดในจังหวัดเชียงใหม่และเป็นงานที่ International  Congress and Convention Association ให้การรับรองว่ามีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 250 จากจำนวนงาน 10 งานในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 21 งานในปี 2560 และ 25 งานในปี 2561 โดยในปี 2561 นั้นเชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่มีการจัดงานประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯและเป็นเมืองที่จัดงานประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับที่ 7 ของอาเซียน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมอำนวยความสะดวก ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้อย่างดี ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร รวมทั้งการต้อนรับ เชื่อว่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมได้เป็นอย่างดี

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here