คณะแพทย์ ม.ช.เผยที่ ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสอู๋ฮั่น แค่ 1 ราย รักษาหายแล้ว

0
313

คณะแพทยศาสตร์ ม.ช. แถลง สถานการณ์ไวรัสอู๋ฮั่นในเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อชาวจีนที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่แค่ 1 ราย ซึ่งรักษาหายแล้ว ในขณะที่โรงพยาบาลเองระดมกำลังกว่า 7,000 คนเฝ้าระวังอยู่เต็มที่

     6 ก.พ. 63 นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย ร.ศ.น.พ. ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหานครเชียงใหม่ ผ.ศ.น.พ.ธนิงนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์  น.พ.ปรเมษฐ์ วินิจจะกุล หน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน และ รศ พ.ญ.รมณีย์ ชัยวาฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรกรรม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ร่วมแถลงข่าว ความคืบหน้าการรักษาผู้ป่วยโรคปอดติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ใหม่ ที่รักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
     นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ติดตามเฝ้าระวังคัดกรองผู้ต้องสงสัยติเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่อย่างใกล้ชิด ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยของบุคลากรและประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัสดังกล่าว มีสถิตผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองและต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ ของจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 60 คน และได้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 17 คน มีเพียง 1 คน ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ในจำนวนนี้มีบุคลากรของโรงพยาบาลที่เป็นผู้ตรวจรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามีอาการต้องสงสัยจำนวน 3 คน แต่เมื่อตรวจแล้วไม่พบการติดเชื้อ  และล่าสุดยังคงมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโรคโคโรน่าไวรัสที่รอฟังผลตรวจจากห้องปฏิบัติการอยู่ในห้องแยกความดันเป็นลบอีก 2 คนเท่านั้น

     ร.ศ.น.พ. ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหานครเชียงใหม่ว่าที่ผ่านมานั้น ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้รับตรวจรักษาผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่จำนวน 17 ราย และพบผู้ป่ายที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเพียงรายเดียวเท่านั้น โดยเป็นผู้ป่วยชาวจีนอายุ 28 ปี ที่เดินทางจากเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราช ในวันที่ 21 ม.ค. 63 ด้วยอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่งในวันที่ 22 และวันที่ 25 ม.ค. 63 พบว่าเป็นปกติ แต่ในวันที่ 27 ม.ค. 63  ผู้ป่วยยังคงมีไข้และมีอาการไอมากขึ้นจึงได้ตรวจซ้ำอีกครั้ง และพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่ในห้องแยกความดันอากาศเป็นลบสำหรับผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาขับเสมหะ ให้สารน้ำและออกซิเจน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ และปัจจุบันไม่มีไข้แล้ว ขณะนี้รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 ครั้งตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยพ้นระยะแพร่เชื้อแล้ว จึงจะให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลได้

 

     ด้านมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่นั้นนายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า  ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้มีเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยมีการจำกัดทางเข้า -ออก ของอาคารต่างๆ เหลือเพียง 5 จุด และจะมีจุดคัดกรอง ซึ่งทุกคนจะต้องทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล และผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และถ้าเป็นชาวจีนก็จะมีการแยกตรวจในพื้นที่เฉพาะที่ได้เตรียมไว้  หากพบมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือหายใจหอบเหนื่อย และมีประวัติเดินทางไปยังเมืองที่มีการแพร่ระบาดภายใน14 วัน จะถูกแยกไปรับการตรวจคัดกรองอีกครั้ง ตามแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค และมีการปรับเปลี่ยนให้ตึกที่ใช้ในงานเวชศาสตร์ครอบครัวเดิมมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดต้องสงสัยที่อาจติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่โดยเฉพาะ

     ทั้งนี้ในการตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่นั้น ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ระดมเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาลและทุกภาคส่วนร่วมดูแลอย่างเต็มกำลัง ซึ่งตามปกติแล้วในการดูแลผู้ป่วยทั่วไปจะใช้พยาบาล 1 คน ต่อผู้ป่วย 5 คน แต่สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่จะใช้พยาบาล 2 คน ดูแลผู้ป่วย 1 คน ซึ่งโดยรวมแล้วใช้บุคลากรในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่กว่า 7,000 คน

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here