ฝุ่นควันPM2.5เชียงใหม่พุ่งเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง คลุมหนาทึบทั่วเมือง กระทบสุขภาพ เตือน ปชช.เลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง หลังตลอดทั้งวันวานนี้พบจุดความร้อนจากการเผาทั่วพื้นที่184จุด ขณะที่ จนท.ระดมกำลังสกัดทุกทาง  

     17 ก.พ.63  สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบจนไม่สามารถมองเห็นยอดดอยสุเทพจากในตัวเมืองและระยะไกลได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นไหม้อย่างชัดเจน ขณะที่ผลการตรวจวัดค่าฝุ่นPM2.5และคุณภาพอากาศพบว่าสูงเกินค่ามาตรฐานจนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ในตำบลช้างเผือก,ตำบลศรีภูมิ และตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 เฉลี่ยในรอบ24ชั่วโมง ณ เวลา 09.00น. วันนี้อยู่ที่ 79ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 84ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ54ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) อยู่ที่ 172, 185 และ 109 ตามลำดับ เกินค่ามาตรฐาน 100 ซึ่งมีการแจ้งเตือนและข้อแนะนำประชาชนทั่วไปให้เลี่ยงการออกทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงให้งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

      ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าวานนี้(16ก.พ.63)มีการตรวจพบจุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ตลอดทั้งวัน รวมทั้งสิ้น 184 จุด ใน 15 อำเภอ จาก 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประกอบกับสภาพอากาศเย็นและไม่มีลม ฝุ่นควันจึงไม่สามารถระบายออกไปได้ โดยในเช้าวันนี้ แม้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ในทุกอำเภอจะบูรณาการกำลังเข้าดับไฟป่าและทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามของไฟป่าตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะที่อำเภอแม่ออน บริเวณกิ่วฝิ่น ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน รอยต่อ ระหว่างอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่กับตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง และดอยสามหงก หมู่บ้านแม่กำปอง บ้านแม่เตาดิน บ้านแม่กะ ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ออน ฝ่ายความมั่นคง หน่วยดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ระดมกำลังเร่งเข้าดับไฟป่าอย่างเต็มที่ ขณะที่เช้าวันนี้มีรายงานการตรวจพบจุดความร้อนช่วงเช้าทั้งหมด  46 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 18 จุด ป่าอนุรักษ์ 27 จุด เขต สปก. 1 จุด

          ด้านกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้ส่งเครื่องบินฝึกแบบ 41 หรือ บก.41 ของศูนย์การบินทหารบก ขึ้นบินตรวจสอบสภาพอากาศและหาพิกัดจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่รอยต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่ หลังเช้าวันนี้สภาพอากาศทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่เต็มไปด้วยฝุ่นควันสีขาวหนาทึบ ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า จะมีกระแสลมจากทางใต้และทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่พัดเข้ามา และอาจทำให้ฝุ่นควันจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนลอยเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่จึงได้ทำการตรวจสอบตาม ซึ่งก็พบจุดความร้อนจากการเผาเกิดขึ้นในพื้นที่ป่า บริเวณอำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอดอยหล่อ และอำเภอจอมทอง เป็นบางส่วน แต่ไม่พบในบริเวณป่ารอยต่อกับระหว่างสองจังหวัดแต่อย่างใด จึงได้แจ้งพิกัดการเกิดไฟป่าให้เจ้าหน้าที่ดับไฟภาคพื้นดินเร่งเข้าดับดำเนินการดับไฟไม่ให้ลุกลามแล้ว

    ด้านพันเอกกฤติ พันธะสา เลขานุการ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ขณะนี้เฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบ  32 ได้กลับมาประจำการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว หลังหยุดซ่อมบำรุงตามวงรอบ โดยในระยะนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าจะขยับจากทางใต้ขึ้นมาทางเหนือ และจะมีการปรับแผนการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม นำเฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบ  32 จะมาปฏิบัติหน้าที่ประจำที่จังหวัดเชียงใหม่ 1 ลำ และจังหวัดตาอีก 1 ลำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ  72 และเครื่องบินฝึกแบบ 41 ของกองทัพบกจะมาประจำอยู่ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ที่ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยในการลาดตระเวน ตรวจสอบสภาพอากาศ และหาพิกัดจุดความร้อนส่งให้หน่วยดับไฟภาคพื้นดินต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here