กฟภ. แจง ตัดไฟ รีสอร์ทม่อนแจ่ม เหตุจากผิดสัญญา มีการแอบต่อพ่วงมิเตอร์ให้ผู้อื่น

0
167

กฟภ.ชี้ แจงเหตุตัดไฟ “ม่อนแจ่ม” เนื่องจากตรวจพบรีสอร์ทดังกล่าวแอบต่อพ่วงมิเตอร์ไปใช้ภายนอก ผิดสัญญา กฟภ. ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวม่อนแจ่มรับผิดจริง วอนหาทางออกร่วมกัน

     18 ก.พ. 63 หลังจากที่กลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของที่พักและมวลชนในพื้นที่ม่อนแจ่ม ประมาณ 300 คน นำโดยนายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหอยเก่า หมู่ 7 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม รวมตัวแสดงความไม่พอใจเนื่องจากความเดือดร้อน พร้อมยื่นหนังสือทวงถามเรียกร้องของความเป็นธรรม กรณีที่มีการรื้อถอนเสาสัญญาณโทรศัพท์,ระงับสัญญาณอินเตอร์เน็ตรวมทั้งตัดไฟฟ้าและน้ำประปา  ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการจัดระเบียบพื้นที่ม่อนแจ่ม และที่ผ่านมาอำเภอแม่ริมมีหนังสือคำสั่งลงวันที่ 15 ม.ค.63 ให้ผู้ประกอบการยุติประกอบธุรกิจภายใน 30 วันและรื้อถอน เนื่องจากผิด พ.ร.บ.โรงแรม อีกทั้งมีการตรวจสอบพบว่ามีการรุกพื้นที่ป่าสงวนด้วย โดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับหนังสือดังกล่าว และประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกที่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแย่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

           

      ล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่า การตัดไฟฟ้าตามที่มีการรวมตัวรองเรียนนั้น เนื่องมาจากว่าทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่ริม . ได้มีหนังสือชี้แจงกรณีการตัดไฟฟ้า แจ้งไปถึง หจก.ม่อนอิงดอย  เมื่อวันที่ 12 ก.พ.63  ว่าได้ตรวจสอบพบว่ามีการต่อพ่วงระบบไฟฟ้าของม่อนอิงดอยไปใช้ภายนอก ซึ่งถือว่าเป็นการผิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ระบุว่า ผู้ซื้อจะไม่ขายหรือต่อโยงไฟฟ้าให้กับผู้อื่นต่อพ่วงไฟฟ้าๆไปใช้ในสถานที่อื่น นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาในกรณีที่ต่อโยงผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย ค่าปรับและค่าธรรมเนียมอื่นรวมทั้งยินยอมให้งดจ่ายไฟด้วย และได้เตือนให้มีการแก้ไขภายใน 7 วัน

     ทั้งนี้ นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวม่อนแจ่ม กล่าวว่า ทางเจ้าของที่พักและชาวบ้านม่อนแจ่ม ยอมรับว่าไม่ได้เป็นฝ่ายถูกทั้งหมด จึงทำให้ต้องมีการตัดการเชื่อมต่อไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งผลจากการตัดไฟฟ้านั้น กระทบกับชาวบ้านประมาณ10 หลังคาเรือนและที่พักประมาณ 10 แห่ง ที่จะไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ก็ต้องยอมรับสภาพ ส่วนที่พักที่ยังเปิดให้บริการนั้น มีเฉพาะส่วนที่เปิดอย่างถูกต้องเท่านั้น

 

     ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวม่อนแจ่ม กล่าวด้วยว่าในเบื้องต้นได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและประชุมหารือร่วมกับทางปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการพูดคุยหารือและรับฟังข้อมูลกันแล้วแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี และอยากให้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาในแง่มุมของมนุษยธรรมด้วย โดยทางฝ่ายเจ้าของที่พักและชาวม่อนแจ่ม เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยราชการและชาวบ้าน ขึ้นมาพิจารณาหาทางออกร่วมกันโดยพิจารณาจากสภาพจริงและไม่ยึดถือแต่เรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว

    ทั้งนี้ปัญหาในพื้นที่ ม่อนแจ่มนั้น มีรายงานข่าวว่าที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้ตรวจยึดและดำเนินคดีบ้านพักตากอากาศ ม่อนใจโฮมสเตย์ บ้านหนองหอยใหม่ หมู่ 11 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เนื้อที่ 1-3-70 ไร่ พื้นที่มีลักษณะของสิ่งปลูกสร้างก่อสร้างหลังปี2557 ซึ่งไม่อยู่ในโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ป่าแม่ริม ขณะตรวจสอบไม่พบตัวผู้กระทำผิด ต่อมาขยายผลสำรวจและตรวจสอบบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท ร้านกาแฟขนาดใหญ่ หรือสถานบริการนักท่องเที่ยวอื่นๆ พบว่า มีกลุ่มผู้อยู่อาศัยทำกินเดิมซึ่งขยายพื้นที่เพิ่มเติม 11 ราย

     ขณะเดียวกันมีการดำเนินคดีต่อสถานประกอบการที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมบุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ซึ่งดำเนินคดีเต็มพื้นที่ 6 ราย ตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการซื้อที่ดินจากผู้ครอบครองเดิม ดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินี รวมถึงเป็นนายทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้แก่ ใจโฮมสเตย์ เนื้อที่1-3-70ไร่,ม่อนแสนสิริจันทรา เนื้อที่ 4-2-3ไร่,ม่อนดอยลอยฟ้า เนื้อที่ 1-2-84 ไร่,บ้านท่าจันทร์ เนื้อที่ 1-2-85 ไร่,รีสอร์ท ม่อนม่วน เนื้อที่11-3-33ไร่ และไร่นาย เนื้อที่ 5-1-82ไร่ พร้อมตรวจสอบพบผู้ประกอบการที่ทำสิ่งปลูกสร้าง แต่ระบุว่าเป็นลานกางเต็นท์อีก 8 ราย ได้แก่ เดอะเบสท์แคมป์ ,หนองหอยแคมป์ ,บ้านอุ่นไอหนาว,ม่อนเหนือหมอก,ไร่ปลายฝัน,ไร่นายพงษ์ สุขสกุลปัญญา ,ไร่แสงอรุณ และภูวินคาเฟ่ โดยกรมป่าไม้ได้ขอความร่วมมือกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมตรวจสอบว่า ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรหรือไม่เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here