ด่วน นายกรัฐมนตรีเตรียมประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รับมือ COVID-19

0
45

นายกรัฐมนตรี เตรียมประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รับมือ COVID-19 จะเริ่มตั้งแต่ 26 มี.ค. 63 เป็นระยะเวลา 1 เดือน

     24 มี.ค. 63 เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงสถานการณ์แก้ปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ว่า ครม.มีมติเห็นชอบในการที่จะประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยเบื้องต้นนั้นจะเริ่มใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 26 มี.ค. 63 ที่จะถึงนี้ และจะใช้เวลาในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้เป็นระยะเวลา 1 เดือน และจะมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) COVID-19 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  ซึ่งในระยะแรกที่จะมีการประกาศข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นก็จะเป็นการ ขอความร่วมมือ หรือการบังคับใช้กฎหมายเพื่อที่จะลดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ส่วนมาตรการในการที่จะปิดหรือเปิดอะไรนั้น จะอยู่ในมาตรการต่อไปซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือกับประชาชนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะความร่วมมือในการงดการเดินทางกลับภูมิลำเนา และการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อทางโซเชียลมีเดีย และมาตรการในการกักตัวที่บ้าน หรือการกักตัวในพื้นที่ แต่ถ้ามีความจำเป็นก็มีสถานที่กักตัวของรัฐเพิ่มเติมขึ้น และถ้ามีการแพร่ระบาดมากขึ้น ก็มีการเตรียมโรงพยาบาลสนามหรือพื้นที่กักตัวขนาดใหญ่ไว้รองรับ

     ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องของการใช้สื่อโซเชียล รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนนั้นจะได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้กระทความผิด  นอกจากนี้ก็จะมีการจัดตั้งเจ้าพนักงานประกอบด้วย พลเรือน ตำรวจ ทหาร ในกการจัดตั้งจุดสกัดต่างๆ และปรับมาตรการต่างๆเพิ่มมากขึ้นตามสถานการณ์

สำหรับ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีผลบังคับใช้วันที่ 26 มีนาคม 2563 มีเนื้อหาคร่าวๆ ดังนี้

โดย “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หมายความว่า สถานการณ์อันกระทบ หรือ อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือ เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐตาม และและในมาตรา 9 ระบุกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว หรือ ป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด

(1) ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น

(2) ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

(3) ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

(4) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

(5) ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ

(6) ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

มาตรา 18 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกมาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here