ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล

0
109

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่

25 มี.ค. 63 นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดเผยว่าทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายรัฐพล นราดิศร ราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะซึ่งเดินทางมาติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลังจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรอง โดยกำหนดให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางในประเทศไทย จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จากท่าอากาศสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง) มายังจังหวัดเชียงใหม่ ต้อง Download Application แบบบันทึกสุขภาพตนเอง โควิด 19 (COVID-19 Self Health Check) พร้อมกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 และต้องบันทึกข้อมูลในแบบ ชม.1 เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัว

ทั้งนี้ในส่วนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีขั้นตอนการปฏิบัติของผู้โดยสารดังนี้

1.เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจกแบบ ชม.1 ให้บันทึก

2.หลังบันทึกข้อมูลแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (ทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัครป้องกันภัย) จะตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลในเอกสาร และเก็บเอกสาร

3.ผู้โดยสารเดินผ่านจุดตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ก่อนประตูทางออก

4.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะแจกเอกสารแนะนำการปฏิบัติตัว และขอความร่วมมือให้กักตัวสังเกตอาการ ณ ภูมิลำเนา เป็นเวลา 14 วัน

     อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเริ่มดำเนินการในวันนี้ (25 มีนาคม 2563) เป็นวันแรก อาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความไม่สะดวกในการบันทึกข้อมูลบ้าง แต่หลังจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จะขอความร่วมมือจากสายการบินต่างๆ แจกแบบ ชม.1 ให้ผู้โดยสารดำเนินการบันทึกข้อมูลตั้งแต่บนอากาศยานเพื่อความสะดวกและรวดเร็วต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here