กองทัพภาคที่ 3 ร่วมประชุม กับตัวแทน 17 จังหวัดภาคเหนือขานรับคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ Hot Spot เป็นศูนย์

0
76

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าประชุม VTC กับตัวแทน 17 จังหวัดภาคเหนือเพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเร่งจัดการปัญหาไฟป่าและการเผาอย่างเด็ดขาดให้จุดความร้อนต้องเป็น 0 ภายในหนึ่งสัปดาห์

     2 เม.ย. 63 พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เป็นประธาน การประชุม VTC เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กับตัวแทน17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่

     รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าที่เร่งให้จัดการปัญหาไฟป่าและการเผาอย่างเด็ดขาด โดยให้จุดความร้อน หรือ Hotspot ต้องเป็น 0 ภายในหนึ่งสัปดาห์  โดยได้ขอความร่วมมือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของการลาดตระเวน ป้องปรามการเกิดไฟป่าในทุกพื้นที่ โดยบูรณาการการทำงานของทุกส่วนราชการ ทั้งนี้หากพื้นที่ไหนภาคพื้นไม่สามารถเขาดับไฟได้ ขอให้ขอรับการสนับสนุนอากาศยานมาที่กองบัญชาการฯ เพื่อร่วมกันวางแผนเข้าควบคุมพื้นที่ให้เร็วที่สุดก่อนไฟจะลุกลามก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง

     ทั้งนี้ในส่วนของมณฑลทหารบกที่ 33 ได้จัดกำลังพลในสังกัด 280 นาย จากมณฑลทหารบกที่ 33, กองพันพัฒนาที่ 3, กองพันสัตว์ต่าง กรมการสัตว์ทหารบก และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7  ส่งไปช่วยภารกิจลาดตระเวนและดับไฟป่าใน 10 อำเภอคือ อำเภอเมือง แม่แตง อมก๋อย พร้าว แม่ออน ดอยสะเก็ด ฮอด แม่แจ่ม สะเมิง ยังไม่รวมพื้นที่แนวชายแดน อีก 5 อำเภอ ที่กองกำลังผาเมือง จัดกำลังเข้าไปสนับสนุน

      ด้าน นายคมสัน สุวรรณอำพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมทางไกลกับ 5 อำเภอ ที่มีจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม สะเมิง อมก๋อย แม่แตง และเชียงดาว เพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นภูเขาสูงชันยากต่อการเข้าถึง โดยได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ประกอบกับพิจารณาให้การสนับสนุน ทั้งด้าน กำลังพล อุปกรณ์ดับไฟ และอากาศยานในการดับไฟป่า ซึ่งได้เน้นย้ำอำเภอเรื่องการพิจารณาสถานการณ์ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาสถานการณ์ไฟรุนแรง การเข้าถึงสถานที่ที่ยากลำบาก เพื่อที่จะขอรับความช่วยเหลือจากอากาศยาน ขอให้ประเมินและรีบแจ้งโดยเร็ว

        ในส่วนของการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการภาคอากาศ หน่วยบินกระทรวงทรัพย์ ร่วมกับหน่วยบินกรมฝนหลวง จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติงานที่ อำเภอสะเมิง เฮลิคอปเตอร์ MI-17 ของกองทัพบก ปฏิบัติงานที่ อำเภอเชียงดาว และเฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ปฏิบัติงานที่ อำเภอแม่ออน พร้อมทั้งเตรียมการเฝ้าระวังอยู่ที่บริเวณดอยสุเทพโดยรอบ ด้านอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการทดลองขึ้นบินในช่วงบ่ายของวันนี้ และเริ่มปฏิบัติการจริงในวันที่ 3 เม.ย. 63 นี้

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here