คณะกรรมการโรคติดต่อเชียงใหม่ ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลประสาท กรณีโรคCOVID-19 อาจรุนแรงถึงระดับ 3

0
64

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ลงพื้นที่โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อตรวจความพร้อมในกรณีที่สถานการณ์ของโรคถึงระดับ 3

     3 เม.ย. 63 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต  ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์  แพทย์หญิงศศิธร ศิริมหาราช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ และนายแพทย์วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทราย  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่าเป็นการมาตรวจดูความพร้อมของโรงพยาบาล เพื่อรอรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในกรณีที่อาจจะทวีความรุนแรงไปจนถึงระยะที่ 3 เพื่อความมั่นใจของประชาชนชาวเชียงใหม่

    ทั้งนี้ นายแพทย์วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทราย ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ให้เตรียมโรงพยาบาลรองรับในกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรคในระยะที่ 3 กล่าวว่า การเตรียมการรองรับสถานการณ์โรค COVID-19 ระยะที่ 3 นั้นอยู่ในหลักการที่จะทำให้คนเชียงใหม่เสียชีวิตน้อยที่สุดในกรณีที่เกิดระยะที่ 3   ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยร้ายแรงทั้งสิ้น 22 เตียง อยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 7 เตียง โรงพยาบาลนครพิงค์ 15 เตียง  ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางแผนที่จะขยายเตียงรองรับผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยขณะนี้ คณะแพทยศาสตร์ ม.ช. โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ได้ร่วมมือกัน ขยายได้สูงสุด 93 เตียง และสามารถรองรับผู้ป่วยหนักจากโรค COVID-19 ได้ถึง 1,800 คน

     ส่วนคนไข้อาการปานกลาง มีเตียงที่สามารถพัฒนาได้ทั้งหมด 240 เตียง อยู่ที่โรงพยาบาลสันป่าตอง โรงพยาบาลสันทราย โรงพยาบาลฝาง และโรงพยาบาลประสาท ส่งโรงพยาบาลสันกำแพงที่เป็นโรงพยาบาลนำร่องนั้น ถ้าสถานการณ์โรคCOVID-19 รุนแรงขึ้น ก็จะขยายตัวขึ้นมารับผู้ป่วยอาการปานกลาง ส่วนในคนไข้ที่อาการเล็กน้อยก็จะสามารถกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลกาวิละ และโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ รวมประมาณ 260 เตียง ซึ่งถ้าผู้ป่วยอาการเล็กน้อยมีเพิ่มขึ้นเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ก็จะมีการเปิดโรงพยาบาลสนาม ซึ่งสามารถมีเตียงผู้ป่วยได้ถึง 2,000 เตียง  แต่คาดว่าจังหวัดเชียงใหม่ไม่น่าจะรุนแรงจนถึงเปิดโรงพยาบาลสนาม

     ด้านแพทย์หญิงศศิธร ศิริมหาราช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กล่าวว่า โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่นั้นเปิดรับผู้ป่วยโรค COVID-19 ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา และรับผู้ป่วยมารักษา 16 ราย ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราช 1 ราย และหายกลับบ้านแล้ว 6 ราย เหลือผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลประสาท เชียงใหม่เพียง  10 ราย ทั้งนี้โรงพยาบาลประสารทเชียงใหม่ได้เตรียม เตียงสำหรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงไว้ จำนวน 24   เตียง และผู้ป่วยในอาการปานกลาง 40 เตียง และยังมีการปรับปรุงอาคารผู้ป่วยในชั้นที่ 3-4 ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อทำเป็นห้อง ICU เพื่อรองรับผู้ป่วยหนัก ซึ่งศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าในความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ได้เตียงสำหรับผู้ป่วยหนักจำนวน 20 เตียง ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยหนักได้เป็นอย่างดี โดยทางคณะแพทยศาสตร์ จะนำบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ มาช่วยงานในห้อง ICU และ นำระบบ TELE CONFERENCE มาช่วยในด้านการให้คำปรึกษากรณีที่ผู้ป่วยโรค COVID-19 มีโรคอื่นแทรกซ้อนอยู่ด้วย

     ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวด้วยว่า  ในหลักการแล้วเมื่อสถานการณ์เกิดขึ้นทุกโรงพยาบาลจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งในการบริหารงานร่วมกัน  ส่วนในเรื่องของการสร้างโรงพยาบาลสนามนั้น ทางกรมธนารักษ์ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษาให้ใช้ เป็นโรงพยาบาลสนาม ขนาด 2,000 – 3,000 เพื่อใช้รองรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย  โดยทางจังหวัดเชียงใหม่จะได้เตรียมหางบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือกับผู้ป่วย COVID-19

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here