คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบแห่งแรกในภาคเหนือ

0
138

คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ ( Negative Pressure Room for Emergency Department ) แห่งแรกในภาคเหนือ ลดการแพร่กระจายของเชื้อ เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้มาใช้บริการ

     14 พ.ค. 63  ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, นายวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ และนายธนวัช โพคะรัตน์ศิริ ตัวแทนกลุ่มวิศวกรอาสาพหุภาคี ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ (Negative Pressure Room for Emergency Department) แห่งแรกในภาคเหนือ ลดการแพร่กระจายของเชื้อ เพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้มาใช้บริการ

     ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจาก สถานการณ์การระบาดของ COVID 19 ที่ขยายเป็นวงกว้างในช่วงปลายเดือนมีนาคม ทางคณะแพทยศาสตร์ ได้ระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การตอบสนองต่อการเจ็บป่วยของผู้ป่วยจำนวนมาก ได้รับการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด จึงได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อตอบสนองการระบาดอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของCOVID-19 อาจทำให้มีผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคนี้เจ็บป่วยฉุกเฉิน อาการหนักและมาใช้บริการห้องฉุกเฉิน ซึ่งที่ผ่านมาหากผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อ จะได้รับการแยกไปทำการรักษาที่ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งแต่เดิม รพ มหาราชนครเชียงใหม่มีห้องลักษณะนี้เพียง 1 ห้อง เมื่อการระบาดขยายวงกว้าง ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ติดเชื้อเข้ามาปะปนกับผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อให้การจัดการพื้นที่ขณะที่มีการระบาดมีความชัดเจนและปลอดภัย จึงเป็นที่มาของโครงการร่วมกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ที่ได้นำองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ได้มาตรฐาน ประสบการณ์จากการทำงาน มาเป็นองค์ประกอบของการสร้างห้องฉุกเฉินความดันลบ โดยการบูรณาการร่วมกันของ 2 คณะ และ 1 สมาคม ทำให้เกิดห้องดังกล่าวขึ้น การก่อสร้างครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 21 วัน เพื่อให้ทันต่อการระบาด ซึ่งนับได้ว่ารวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยปกติการสร้างห้องความดันลบส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนเป็นอย่างน้อย

     

        คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ (Negative Pressure Room for Emergency Department) เป็นห้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่นๆ สามารถบำบัดอากาศและฆ่าเชื้อโรคด้วย HEPA Filter + UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ โดยภายในประกอบไปด้วย ห้องรักษาจำนวน 4 ห้อง และแต่ละห้องจะมีความดันเป็นลบ ทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลย้อนออกมาสู่ภายนอก เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้ที่มาใช้บริการ

     ทั้งนี้ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 แต่สามารถป้องกันโรคทางเดินหายใจอื่นๆอีกด้วย เช่น โรควัณโรค โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งโรคเหล่านี้ยังมีการติดต่ออยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบแห่งนี้ ภายหลังการระบาดสิ้นสุด น่าจะเป็น new normal ของห้องฉุกเฉินในอนาคต เพราะยังคงมีโรคที่อาจจะอุบัติใหม่ โรคติดต่อทางเดินหายใจเดิมที่ยังคงรบกวนสุขภาพของประชาชนทั่วไป ทำให้เราต้องมีสิ่งใหม่ๆเพื่อป้องกันการระบาดเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยและญาติก็มีความปลอดภัยอีกด้วย

    

     นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เข้ามาแบบฉุกเฉิน อาการรุนแรง และไม่สามารถให้ประวัติที่ชัดเจนได้ ทางผู้ที่ให้การักษาจำเป็นจะต้องตระหนักว่า ผู้ป่วยเหล่านี้อาจจะมีเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยที่เจ็บป่วยรุนแรง ไม่ทราบประวัติลักษณะนี้ อาจมีจำนวน 5-10 รายต่อวัน นับเป็นจำนวนที่ไม่น้อย เมื่อเข้ามาถึงพยาบาลจะได้ทำการคัดกรอง รักษาเบื้องต้น ช่วยเหลือชีวิตให้อาการคงที่ แล้วส่งต่อไปยังหอผู้ป่วยที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อ ดังนั้นห้องฉุกเฉินความดันลบนี้ จะเป็นจุดบริการที่ผู้ป่วยใช้บริการไม่นาน ส่วนใหญ่ระยะเวลาเฉลี่ยผู้ป่วยหนักที่ใช้เวลาที่นี่น่าจะประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อทำการช่วยชีวิต หากไม่มีห้องลักษณะนี้ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลปะปนกับผู้ป่วยอื่น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการกระจายโรค แพทย์ที่ทำงานในจุดนี้ จะมีตั้งแต่แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน และแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ เช่น แพทย์โรคหัวใจ ปอด ICU แม้กระทั่งแพทย์อุบัติเหตุก็จำเป็นต้องใช้ห้องนี้เช่นกัน เนื่องจากในอนาคตหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอีกครั้ง ผู้รักษาจะไม่ทราบได้ว่า อาจจะมีผู้ป่วย Covid-19 เกิดอุบัติเหตุแล้วมาห้องฉุกเฉินก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้ห้องนี้ จึงมีประโยชน์ต่อแพทย์หลากหลายสาขาอย่างมาก

     

     คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  กล่าวด้วยว่า การสร้างห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ครั้งนี้ ใช้งบประมาณ กว่า 5.5 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินจากการบริจาคจากผู้มีจิตอันเป็นกุศล ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก และยังมีการบริจาคเพิ่มเติมจากสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วย ดังนั้น การระดมทุนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทางคณะแพทยศาสตร์ มหวาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงินสมทบทุนผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกในโครงการ “เพื่อผู้ป่วยไวรัสโควิด-19” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053 – 938400 หรือสแกน คิวอาร์โคท บริจาคผ่าน mobile Application หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน ) บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 468-069896-8 / หรือบัญชี ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 968-002053-5 ชื่อบัญชี ” มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here