ท่าอากาศยานเชียงใหม่ยังให้ความเข้มข้นในการคัดกรองผู้โดยสารหลังมีพบผู้ป่วยที่เชียงใหม่เพิ่ม 1 ราย

0
57

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยืนยันความเข้มข้นการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบิน หลังจังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากนอกพื้นที่

     15 พ.ค. 63 หลังจากที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ตรวจพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19  รายใหม่เป็นรายที่ 41 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ป่วยคนดังกล่าวเดินทางกลับมาจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดเสี่ยงของโรค COVID-19  ถึงแม้ว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางมาโดยเครื่องบิน แต่ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็ไม่นิ่งนอนใจยังคงคุมเข้มในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่น โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยงเช่นเดิม

     ในเรื่องดังกล่าวนี้ นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่าว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยังคงปฏิบัติตามแนวทางเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากนอกจังหวัดเชียงใหม่ ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ทุกคนจะต้องกรอกเอกสารการเดินทางเข้าพื้นที่ (ชม.1) ให้ครบถ้วน และส่งเอกสารคืนให้เจ้าหน้าที่ทหาร จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะแนะนำการปฏิบัติตัว และกักตัว ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาจากกลุ่มจังหวัดที่พบผู้ป่วยภายใน 28 วัน จะต้องกักตัวในที่พัก (Home Quarantine) 14 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยเลย หรือไม่พบผู้ป่วยเกิน 28 แล้ว สามารถดำเนินชีวิตปกติ ตามแนวทางป้องกันโรค (Self-Monitoring)

      กรณีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือเป็นชาวต่างชาติ ตามมาตรการของจังหวัด จะต้องกักตัวทุกรายในสถานที่พักของตนเอง หรือโรงแรมที่กำหนด สำหรับผู้โดยสารขาออก จะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร และผ่านกระบวนการตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่มีการสัมผัส เช่น ถาดวางสัมภาระ รางเลื่อน X ray มีการนำเครื่องตรวจจับร่องรอยสารระเบิดแบบตั้งโต๊ะ (Explosive Trace Detector : ETD) มาใช้ในการสุ่มตรวจสัมภาระของผู้โดยสารแทนการเปิดกระเป๋า ลดการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ของผู้โดยสาร เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ และหลังจากเช็คอินได้รับบัตรโดยสารแล้ว ผู้โดยสารต้องกรอกข้อมูลการเดินทางผ่าน AOT Airports App เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าห้องผู้โดยสารขาออก ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนการรับบริการ ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และปฏิบัติตามนโยบาย Social Distancing อย่างเคร่งครัด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here