สาหร่ายสีเขียวปกคลุมในแม่น้ำปิงกลายเป็นสีส้ม นักวิชาการเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ

0
72

ปรากฏการณ์สาหร่ายสีเขียวปกคลุมแม่น้ำปิง ล่าสุดสาหร่ายเปลี่ยนเป็นสีส้มเนื่องจากได้รับแสงแดด ถึงแม้ว่าสาหร่ายจะไม่เป็นอันตราย แต่นักวิชาการยังต้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อความมั่นใจ

       3 มิ.ย. 63  จากกรณีการพบสาหร่ายสีเขียวลอยปกคลุมหนาอยู่ทั่วบนผิวน้ำที่แทบจะนิ่งสนิท โดยเฉพาะช่วงที่แม่น้ำปิงผ่านกลางเมืองเชียงใหม่ พบว่ามีสาหร่ายสีเขียวดังกล่าวลอยปกคลุมต่อเนื่องกันบนผิวน้ำ ตั้งแต่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่,สะพานนครพิงค์,สะพานนวรัฐ ไปจนถึงสะพานเหล็กนั้น จากการตรวจสอบในวันที่ 2 มิ.ย. 63 ที่ผ่านมาปรากฏว่าสาหร่ายดังกล่าวนั้นเปลี่ยนเป็นสีส้มลอยปกคลุมบริเวณแม่น้ำปิงอยู่เช่นเดิม

     ในเรื่องดังกล่าวนี้ดร.ทัตพร คุณประดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.พงษ์พันธุ์ ลีฬหเกรียงไกร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำของแม่น้ำปิงกล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า สาหร่ายที่เกิดขึ้นจำนวนมากและลอยเป็นแพในแม่น้ำปิงตามที่เห็นกันนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ในทางวิชาการเรียกว่า ปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication)  หรือทั่วไปเรียกว่าสาหร่ายบลูม เกิดจากการที่ในน้ำมีสารอินทรีย์ที่เป็นอาหารของสาหร่ายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากการที่ฝนตกแล้วชะล้างลงมาและการปล่อยของเสีย ประกอบกับช่วงนี้มีแสงแดดจัด และน้ำนิ่ง ทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องปกติที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งต่อฤดูฝน เพียงแต่ว่าในกรณีนี้เกิดขึ้นมากผิดปกติ เพราะน้ำนิ่งจากการกักน้ำ แต่หากน้ำไหลก็จะไม่มีการสะสม และตามระบบปกติในธรรมชาตินั้น สาหร่ายเหล่านี้ก็จะเป็นอาหารของปลา ซึ่งจะทำให้ถูกกำจัดออกไปตามห่วงโซ่อาหารอยู่แล้ว และการที่สาหร่ายดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีแดงนั้นก็เพราะว่า สาหร่ายดังกล่าวนั้นถูกแสงแดดในช่วงเวลากลางวันจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง และเมื่อหมดแสงแดด สาหร่ายก็จะเปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีเขียวเหมือนเดิม

       ดร.ทัตพร คุณประดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้ตนเองและทีมงานได้ดำเนินการ เก็บตัวอย่างน้ำและสาหร่ายดังกล่าวในแม่น้ำปิง 5 จุด ช่วงผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าแต่ละจุดปริมาณสาหร่ายมากน้อยอย่างไร ซึ่งหากจุดใดที่มีปริมาณสาหร่ายมากจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ทำให้เชื่อได้ว่าบริเวณจุดนั้นน่าจะมีสารอาหารของสาหร่ายสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ดี ซึ่งสารอาหารนั้นอาจจะเป็นของเสียที่ถูกฝนตกแล้วชะล้างจากหน้าดินลงมาหรือการปล่อยลงมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้นำไปสู่การป้องกันแก้ไขและเฝ้าระวังได้ตรงจุด

     ขณะเดียวกันผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ บอกว่า สาหร่ายดังกล่าวนี้ไม่มีพิษหากคนสัมผัสอาจจะเพียงแค่ระคายเคือง อย่างไรก็ตามการที่มีปริมาณมากเกินไปส่งผลกระทบในแง่ทัศนียภาพและทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำในช่วงเวลากลางคืนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในน้ำที่จะขาดอากาศหายใจ ซึ่งในเวลานี้สาหร่ายดังกล่าวยังไม่ได้ส่งผลกระทบจนถึงขั้นทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย แต่หากไม่มีการควบคุมหรือเฝ้าระวังอาจเกิดปัญหาขึ้นได้

     ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พันธุ์ กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างน้ำและสาหร่ายดังกล่าวนี้ ทางทีมงานศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จะทำการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งด้านกายภาพ,ด้านชีวภาพ และด้านเคมี ซึ่งจากการตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นที่จุดเก็บตัวอย่างพบว่าคุณภาพน้ำในแม่น้ำปิงยังไม่แย่ถึงขั้นเน่าเสีย อย่างไรก็ตามจะต้องนำตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการเพื่อหาข้อสรุปและข้อเสนอแนะทางวิชาการต่อไป คาดว่าน่าจะทราบผลภายใน1-2วันนี้.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here