ชลประทานลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

0
114

ชลประทานลงพื้นที่ อ.จอมทอง เชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

    16 มิ.ย. 63  นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พร้อมเข้าตรวจเยี่ยมจุดที่จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบนใหม่ อ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนล่าง อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำอุ่น และอ่างเก็บน้ำห้วยนิคม อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

                   นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนี้เป็นโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ราษฎรมีที่ดินทำกินและมีแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร และอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี มีงานทำในท้องถิ่นของตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมทั้งฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสภาพแวดล้อมในพื้นที่โครงการให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีแหล่งเก็บกักน้ำที่ก่อสร้างมานานถึง 37 ปี ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำ 22 แห่ง บ่อบาดาล 42 บ่อ สระเก็บน้ำ 24 แห่ง ประตูระบายน้ำ 4 แห่ง และสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำปิงอีก 8 แห่ง สามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมได้ 2  จังหวัด 3 อำเภอ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.บ้านโฮ่ง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ต.บ้านแปะ ต.แม่สอย อ.จอมทอง และ ต.บ้านตาล อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สภาพโดยรวมในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก บางแห่งมีปัญหาการรั่วซึมจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ บางแห่งตัวอ่างมีลักษณะตั้งฉากกับแนวฝนในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเก็บน้ำได้เต็มความจุ รวมถึงหัวงานบางแห่งไม่มีอาคารประกอบ และระบบส่งน้ำเดิมที่ใช้อยู่เกิดการชำรุดและใช้งานได้ไม่ดี ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความจุอ่างที่มีอยู่ ส่งผลให้ในพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล ประสบปัญหาภัยแล้งเกือบทุกปี

     ทั้งนี้นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการได้กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวนี้ว่าทางกรมชลประทานได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำในภาพรวมทั้งหมดโครงการมาทำการศึกษาความเหมาะสมจำนวน 1 โครงการ เพื่อนำไปดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการคืบหน้าไปพอสมควร และการลงพื้นที่ในวันนี้ก็เพื่อที่จะมานำเสนอผลการศึกษาในพื้นที่เพื่อที่จะไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็จะมีการนำผลการศึกษามาเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบและนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ คือรูปแบบในการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทั้ง 22 แห่ง รวมถึงระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น แก้ไขการรั่วซึมของอ่างฯ ปรับปรุงอาคารประกอบที่ชำรุดทรุดโทรม การเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างฯ โดยการเพิ่มระดับเก็บกักน้ำและปรับปรุงทางระบายน้ำล้น การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่

     ในบริเวณอ่างเก็บน้ำเดิม การปรับปรุงสถานีสูบน้ำ การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำ เป็นต้น โดยประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าร่วมการประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการปรับปรุงโครงการ และพร้อมที่จะจัดตั้งกลุ่มเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการปรับปรุงโครงการดังกล่าว จะทำให้มี

    นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กล่าวด้วยว่า หลังจากเดือนกันยายน 2563 นี้ คาดว่าโครงการนี้จะนำไปจัดทำงบประมาณในปี พ.ศ. 2564  ส่วนการก่อสร้างนั้นคาดว่าจะเริ่มได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2569

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here