สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดูงานฝายพับได้ อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง

0
89

คณะผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เข้าเยี่ยมชมฝายพับได้ตัวแรกของประเทศไทย พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง เชียงใหม่เพื่อนำไปปรับใช้ประโยชน์

       17 มิ.ย. 63  คณะผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน พร้อม คณะที่ปรึกษาโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เดินทางมายัง อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง ต.ดอยแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อศึกษาดูงานข้อมูลอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงและประสิทธิภาพการใช้งานของฝายพับได้ตัวแรกของประเทศไทย โดยมีนายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานเชียงใหม่ เป็นผู้บรรยายให้ข้อมูลของฝายพับได้ ซึ่งเป็นฝายพับต้นแบบตัวแรกของประเทศไทย ทั้งนี้การมาศึกษาดูงานที่อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงนี้ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งการมาศึกษาดูงานข้อมูลอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงนั้นก็เพื่อที่จะได้นำเป็นแนวทางในการทำฝายพับได้ไปใช้กับการปรับปรุงฝายในโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำในโครงการมากถึง 22 อ่างที่ต้องทำการปรับปรุงและก่อสร้างใหม่

       ในเรื่องของฝายพับ ที่ อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงนี้ นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ชี้แจงว่า เดิมอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างตามพระราชดำริ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2521 แล้วเสร็จและเก็บกับน้ำได้ในปี 2522 ความจุแรกจากการออกแบบประมาณ 1.1 ล้าน ลบ.ม. สำหรับฝายพับได้สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเก็บกักน้ำให้เพิ่มได้มากยิ่งขึ้น จากเดิมความจุอยู่ที่ 1.1 ล้าน ลบ.ม. เมื่อสร้างฝายพับได้เข้ามาเสริมสามารถเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำได้อีกราว 1.3 แสน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง

    นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า วิธีการก่อสร้างฝายพับได้ของอ่างแม่จอกหลวง เป็นความร่วมมือระหว่างกรมชลประทานและมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี โดยทำการก่อสร้างเมื่อปี 2555 เพิ่มความจุน้ำให้อ่างเก็บน้ำ การทำฝายพับได้นี้ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กได้ทั่วประเทศ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเทคนิค ระดับธรณีวิทยา ภูมิประเทศของอ่างที่จะสร้าง โดยพิจารณาสปริงเวย์ของอ่างนั้นๆ ว่าต้องมีการก่อสร้างเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด อันจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตัวอ่างที่ออกแบบไว้ด้วยว่าระดับความปลอดภัยอ่างอยู่ที่ระดับที่เหมาะสมและการไหลของน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำที่ต้องมีในปริมาณที่เพียงพอเหมาะสม รวมถึงความจุของน้ำที่เพิ่มขึ้นด้วย

     สำหรับการทำงานของฝายพับได้ เป็นการทำงานโดยใช้ระบบไฮดรอลิคเพื่อยกหรือพับตัวฝาย หลักการทำงานก็คือ ปกติเมื่ออ่างเก็บน้ำมีน้ำไหลเข้าอ่างในปริมาณที่มากเกินกว่าความจุอ่าง น้ำส่วนเกินก็จะไหลผ่านสปริงเวย์ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก็ไม่สามารถจะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น แต่การสร้างฝายพับได้บริเวณสปริงเวย์นั้นหากน้ำไหลเข้าอ่างมากในช่วงฤดูฝนจนกระทั่งจะล้นสปริงเวย์ก็จะยกตัวฝายพับได้ขึ้นเพื่อเก็บกักน้ำให้ได้มากขึ้น ทั้งนี้ตัวฝายพับที่อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงนั้นสามารถยกขึ้นได้ 80 ซม. จากระดับท้องสปริงเวย์เดิม ซึ่งจะสามารถเก็บน้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีก 80 ซม. ก็จะทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มมากขึ้นจากความจุเดิมซึ่งจุได้ 1.1 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นมาอีก 1.3 แสน เป็น 1.23 ล้าน ลบ.ม. ส่วนงบประมาณที่ใช้ก่อสร้างฝายพับได้เมื่อปี 2555 ใช้งบประมาณสำหรับสร้างฝายต้นแบบตามงานวิจัยตัวนี้ราว 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งคุ้มค่าเป็นอันมาก

       ด้าน นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำจากอ่างแม่จอกหลวงเพิ่มมากขึ้น เพราะอ่างแม่จอกหลวงมีภาระที่ต้องให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการมากมาย อาทิ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสถานีประปาอุโมงค์ของ กปภ.เชียงใหม่ นอกจากนี้มีปริมาณน้ำล้นอ่างเกือบทุกปี อ่างเก็บน้ำมี Free board สูงเพียงพอ มีพื้นที่รับน้ำฝนไม่ใหญ่มาก มีอาคารระบายน้ำล้นมีความเหมาะสม และได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน จึงได้สร้างฝายพับได้ที่อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ในส่วนที่เสริมความสูงสันอาคารระบายน้ำล้นได้ 150,000 ลบ.ม. ซึ่งได้สร้างตัวบานฝายที่ความสูง 1.30 เมตร อีกทั้งยังเป็นทางเลือกในการใช้อาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพของอ่างเก็บน้ำในอนาคต

     นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล กล่าวด้วยว่า  ฝายพับได้ที่อ่างแม่จอกหลวงเกิดจากงานวิจัยซึ่งเป็นฝายต้นแบบ ซึ่งสร้างจากวัสดุที่หาได้ง่ายในพื้นที่ ตัวไฮดรอลิกก็ใช้ไฮดรอลิกตัวบนของแขนรถแบ็คโฮ เทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อสร้างเรียบง่าย แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่าอย่างมาก อาจจะเปรียบได้ว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 1 ตัว ต้องใช้เงิน 100 บาท ได้น้ำ 100 ลิตร หากว่าสร้างฝายพับได้เพิ่มโดยใช้เงิน 1 บาท แต่ได้น้ำ 10 ลิตร จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งว่าคุ้มค่ามาก

      ทั้งนี้คณะบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทำการศึกษาเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เข้าดูงานในพื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวงในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่อ่างเก็บน้ำโดยการสร้างฝายพับได้ จะได้นำเป็นแนวทางในการทำฝายพับได้ไปใช้กับการปรับปรุงฝายในโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำในโครงการมากถึง 22 อ่างที่ต้องทำการปรับปรุงและก่อสร้างใหม่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here