สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่นำทีมผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบและประเมินความเสียหายการบูรณะซ่อมแซมวิหารเก่าวัดหมื่นล้าน

0
44

ผอ. สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่นำทีมผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบการบูรณะซ่อมแซมวิหารเก่าวัดหมื่นล้านที่ทำผิดวิธี พบ บานประตูลายรดน้ำโบราณ ยังพอมีหวังฟื้นฟู ส่วนลายฉลุทองติดผนังหลังพระประธานหมดสิทธิ์ ขณะที่เจ้าอาวาสยอมรับว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

       29 ก.ค. 63  หลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวกรณี การบูรณะวิหารวัดหมื่นล้าน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในตัวเมืองเชียงใหม่และปรากฏว่าการซ่อมแซมประตูวิหารที่เป็นไม้เก่าและมีภาพลายรดน้ำงดงามอายุกว่า 160  ปีโดยทางวัดได้มีการทาสีทับถึง 3 ชั้น โดยมีการลอกลายเดิมของประตูวิหารไว้เพื่อที่จะเขียนใหม่บนประตูบานเดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลอกลายฉลุทองประดับผนังหลังองค์พระประธานอายุเก่าแก่ออกไปด้วย

       ในเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 29ก.ค.63 ที่นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ นายเสน่ห์ มหาผล ผู้อำนวยการกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์กรมศิลปากร  นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีชำนาญการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่และคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจสอบการบูรณะวิหารของวัดหมื่นล้าน ถ. ราชดำเนิน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ เพื่อประเมินความเสียหาย และแนวทางการแก้ไข  ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบานประตูวิหารมีการทาสีทับถึง สามชั้น

        ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจองกรมศิลปากรได้ใช้น้ำยา เคมีเฉพาะในการทำงานอนุรักษ์ของโบราณ ทำการทดสอบลอกสีที่ทาทับอยู่ ประมาณ 1 ตารางนิ้ว ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง สามารถลอกสีที่ทาทับได้และพบลายรดน้ำบนบานประตูยังอยู่ ซึ่งจะวางแผนฟื้นฟูสภาพ ในลำดับต่อไป ส่วนลายฉลุทอง ประดับฝาผนังหลังองค์พระประธานนั้น พบว่า มีการสกัดออกไปจนเสียหายทั้งหมดแล้วไม่สามารถฟื้นฟูสภาพได้

]

     ทั้งนี้ นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นำคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรเข้าตรวจสอบการบูรณะวิหารดังกล่าว เพื่อ ประเมินและวางแนวทางการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใกล้เคียงของเดิมก่อนที่มากที่สุด  ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ในส่วนของประตูยังพอสามารถทำการฟื้นฟูสภาพได้ เพียงแต่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เวลาในการทำงานพอสมควร พร้อมแนะนำทางวัดว่า หลังจากที่บานประตูดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูกลับคืนมาแล้ว ควรถอดเก็บประตูบ้านเก่าไว้เพื่อการอนุรักษ์แล้วทำประตูบานใหม่ โดยเขียนลวดลายเดิมตามที่ลอกแบบไว้นำไปใส่แทน  ซึ่งจากการได้สอบถาม พระอธิการสงกรานต์ วิรชญเมธี เจ้าอาวาสวัดหมื่นล้าน ถึงเรื่องการการบูรณะวิหารวัดหมื่นล้านในครั้งนี้ทางเจ้าอาวาสได้กล่าวว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่ง ผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กล่าวว่าอยากให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างในการอนุรักษ์ของเก่าสำหรับวัดอื่นๆต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนวิหารของวัดหมื่นล้านนั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน อย่างไรก็ตามมีกฎหมายเกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุ คุ้มครองอยู่เช่นกัน ซึ่งกรณีนี้ทางสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ทำหน้าที่เพียงสำรวจตรวจสอบและประเมินความเสียหาย จะทำรายงานส่งให้ทางกรมศิลปากรพิจารณา ส่วนจะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับทางวัดหรือไม่อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับทางกรมศิลปากร

 

      ด้านนายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการ กลุ่มงาน อนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เปิดเผยว่า บานประตูวิหารลายรดน้ำของวัดหมื่นล้านนั้น ตามจารึกแจ้งวว่าถูกสร้างขึ้นปี พ.ศ.2460 อายุกว่าร้อยปีแล้ว และหลังจากถูกทาสีทับไปถึงสามชั้น แล้วทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ทำการตรวจสอบพบว่า เบื้องต้นสามารถใช้น้ำยาทำการลอกสีที่ทาทับออกได้ แต่ต้องทำอย่างประณีตเพื่อไม่ให้ลวดลายบนประตูเสียหาย ซึ่งจะมีการวางแผนงานฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใกล้เคียงก่อนที่จะมีการทาสีทับมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร ส่วนลายฉลุทองประดับผนังหลังองค์พระประธานนั้น จากการตรวจสอบจากภาพถ่ายเดิม พบว่าเป็นลายเทพพนม ไม่ใช่ของเก่าอายุหลายร้อยปี แต่น่าจะสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2400 ปลายๆ ไม่เก่าเท่าประตูวิหาร ซึ่งในส่วนลายฉลุนั้น พบว่าทางวัดได้ทำการสกัดถอดออกจากผนังและเสียหายทั้งหมด จึงไม่สามารถซ่อมแซมหรือฟื้นคืนสภาพได้แล้ว ซึ่งจากกรณีนี้หวังว่าจะเป็นกรณีตัวอย่าง ให้กับวัดต่างๆ ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูของเก่าว่าควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนดำเนินการใดๆ

     ด้านพระอธิการสงกรานต์ วิรชญเมธี เจ้าอาวาสวัดหมื่นล้าน กล่าวว่า ยอมรับผิดกรณีที่เกิดขึ้นโดยแจ้งว่า ว่าทางวัดทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นเจตนาดีที่ต้องการจะบูรณะซ่อมแซมวิหารที่มีสภาพเก่าทรุดโทรมอย่างหนักและผุพังจากการถูกปลวกกิน ซึ่งเมื่อมีศรัทธาญาติโยมแสดงความจำนงในการที่จะออกทุนทรัพย์ให้บูรณะวิหารทั้งหมด จึงได้ดำเนินการไป ซึ่งเมื่อ ทราบภายหลังว่าส่งผลกระทบกับ ของเก่าแก่ดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมากและอยากขอโทษชาวเชียงใหม่ และคนไทยทั้งประเทศสำหรับเรื่องนี้ ที่จะเป็นบทเรียนให้กับ ตัวเองและทางวัด รวมทั้งวัดอื่นๆด้วย ส่วนการฟื้นฟูสภาพและซ่อมแซม ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คงต้องขอความอนุเคราะห์ให้ทางกรมศิลปากร ช่วยดูแล และดำเนินการให้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here