สุดทึ่ง!”พังยายบุญมา”อายุกว่า70ปี ของปางช้างชื่อดังเชียงใหม่ ขนยาวราวกับ”แมมมอธ” เผยเลี้ยงมานาน25ปี แต่เพิ่งเริ่มมีขนยาว1-2ปี เชื่อเคล็ดลับมาจากควาญขุดโคลนดำ จากแหล่งในพื้นที่มาผสมน้ำทาตัวให้และ การเลี้ยงดูอย่างดี

    26 ส.ค. 63 หลังจากที่มีผู้นำภาพ ช้างเชือกหนึ่งมีลักษณะที่แตกต่างไปจากช้างทั่วๆไป คือมีขนยาวและหนาปกคลุมไปทั่วตัว โดยเฉพาะบริเวณส่วนหัวนั้นมีขนยาวปกคลุมหน้าผากจนเกือบถึงดวงตา ซึ่งทำให้ช้างเชือกดังกล่าวมีลักษณะเหมือนแมมมอธ จนมีคนตั้งชื่อเป็นแมมมอธเมืองไทย จากการตรวจสอบพบว่า ช้างเชือกดังกล่าวนั้นเป็นช้างของ ปางช้างแม่แตง ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ชื่อ”พังยายบุญมา” อายุกว่า70ปี  เป็นช้างเพศเมียที่อยู่กับปางช้างแห่งนี้มาตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อกว่า25ปีที่แล้ว โดยเดิมเป็นช้างลากซุงทำไม้ที่จังหวัดสุโขทัยแล้วถูกปลดระวางตอนที่มีอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งปางช้างแม่แตงได้ซื้อมา ลักษณะเดิมตั้งแต่ซื้อมานั้นไม่ได้มีขน ปกคลุมหนาและยาวเช่นนี้ แต่เพิ่งจะเริ่มมีเมื่อประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมานี้

     สัตวแพทย์หญิงพนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำปางช้างแม่แตง เปิดเผยว่า เดิม “พังยายบุญมา” ไม่ได้มีขนหนาและยาวอย่างที่เห็นปัจจุบัน โดยเหมือนช้างปกติทั่วไป แต่เพิ่งจะเริ่มหนาและยาวอย่างชัดเจนในช่วง1-2ปีมานี้ โดยเฉพาะในปีนี้ที่เห็นชัดเมื่อเปรียบเทียบกับภาพที่เคยถ่ายในอดีต ซึ่งจากการสันนิษฐาน เชื่อว่าปัจจัยน่าจะมาจากการเลี้ยงดูอย่างดีทั้งอาหารการกินและสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ ทำให้สุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ  ซึ่งจากการสังเกตพบว่าควาญช้างที่ดูแล “พังยายบุญมา” มักจะไปขุดโคลนดำจากแหล่งที่อยู่ใกล้เคียงกับปางช้างมาผสมน้ำอาบและทาให้อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่วนช้างตัวอื่นเดือนละครั้ง ซึ่งโคลนดำนั้นอาจจะมีสารบางอย่างที่บำรุงคล้ายคนใช้แชมพูและครีมนวดสระผมจนทำให้ขนยาว ประกอบกับ”พังยายบุญมา”ไม่ค่อยมีพฤติกรรมเอาตัวไปถูกับต้นไม้ ขนจึงไม่ค่อยร่วง และหนายาวเช่นนี้ จากปกติทั่วไปที่ช้างจะมีขนหนาและยาวเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 1-2 ปีเท่านั้น

    ขณะที่จากการลงพื้นที่ปางช้างแม่แตงพบว่า “พังยายบุญมา” ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี รวมทั้งกำลังมีความสุขอย่างมากกับการเดินเล่นกินอาหารในทุ่งหญ้าของปางช้างพร้อมกับ “พังน้องใหม่” ตัวเมีย อายุ 32 ปีซึ่งเป็นลูกของ “พังยายบุญมา”  และ”พังน้องบุญศรี” ตัวเมีย อายุ 2 ปี ที่เกิดจาก “พังน้องใหม่” ซึ่งนับเป็นหลานของ”พังยายบุญมา” นั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here