จังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงผลตรวจผู้ที่มาละหมาดที่มัสยิดเชียงใหม่ไม่มีเชื้อโควิด-19 และไม่ใช่ชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมือง

0
79

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจง ผู้ที่มาละหมาดที่มัสยิดในเชียงใหม่ ไม่ใช่ชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมือง และ ไม่มีเชื้อโควิด-19  ส่วนเหตุที่มัสยิดช้างคลานติดประกาศปิดมัสยิดเป็นการเข้าใจผิด

     8 ก.ย. 63  จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่แชร์ต่อภาพป้ายประกาศที่มัสยิดอัลญาเมี๊ยะ (ช้างคลาน)  ในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งประกาศปิดมัสยิดและงดทำกิจกรรมทุกอย่างเป็นการชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ในประเทศพม่าและมีการหลบหนีข้ามพรมแดนไทยเข้ามาจำนวนหนึ่ง ซึ่งข้อความตอนหนึ่งมีการระบุว่า มีบางคน หลบหนีเข้ามาอยู่ในเขตชุมชนมัสยิดช้างคลาน และมุสลิมชาวพม่าคนหนึ่ง ได้ไปละหมาดที่มัสยิดอัตตั๊กวา วัดอุณหภูมิได้ 38.9 องศาเซลเซียส เข้าข่ายเฝ้าระวังและต้องกักตัวรักษา ทั้งนี้ภาพป้ายประกาศดังกล่าวที่มีการแชร์ก่อให้เกิดกระแสความตื่นตระหนกเป็นอย่างมากเกรงว่ามีชาวพม่าหลบหนีเข้ามาและอาจจะแพร่เชื้อโควิด-19

       ในเรื่องดังกล่าวนี้หลังจากที่ได้รับทราบเรื่อง ดร.ทรงยศ คำชัย ผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานงานกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และ ศปค. อำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่  เพื่อติดตามข้อเท็จจริง และพบว่าบุคคลดังกล่าว เป็นชายไทย อายุ 29 ปี  อาชีพสถาปนิก มีบ้านพักอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และเดินทางไปกลับระหว่าง กทม.- ชม. เป็นประจำ โดยปกติจะไปละหมาดที่มัสยิดช้างคลาน แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. 3   ได้ไปทำธุระในพื้นที่ใกล้กับมัสยิดอัตตั๊กวา เวลาประมาณ 12.00-12.30 น. ได้เข้าไปคัดกรองอุณหภูมิที่มัสยิด เพื่อที่จะเข้าไปประกอบพิธีละหมาด พบว่าวัดอุณหภูมิ ได้ 37.8 องศา เนื่องจากเดินตากแดดมาระยะทางค่อนข้างไกล  ทางเจ้าหน้าที่ของมัสยิดไม่อนุญาตให้เข้าไปในมัสยิด จึงเดินทางกลับ และได้แวะห้างแห่งหนึ่ง วัดไข้ 2 ครั้ง พบอุณหภูมิปกติไม่มีไข้  และจากการซักประวัติชายคนดังกล่าวไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงแต่อย่างใด

     

     แต่เนื่องด้วย เจ้าหน้าที่ของมัสยิดอัตตั๊กวาไม่รู้จักและไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าว จนเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมือง และเมื่อทางมัสยิดช้างคลานทราบเรื่อง จึงได้ทำการประกาศปิดมัสยิด เพื่อทำความสะอาดและวางแผนการป้องกันควบคุมโรค เพราะที่บริเวณมัสยิดช้างคลานนั้นจะมีชาวเมียนมาร์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และชาวเมียนมาร์ที่เป็นมุสลิมก็จะมาทำละหมาดที่มัสยิดช้างคลานเป็นประจำ จนทำให้เกิดการเข้าใจผิดและสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน

    

     อย่างไรก็ตามทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจของชายคนดังกล่าว ส่งตรวจหาเชื้อโควิดที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ในวันที่ 8 ก.ย. นี้  และหลังจากการตรวจแล้วไม่พบเชื้อในชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด และชายคนดังกล่าวนั้นได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อย

      

    ทั้งนี้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ประชาชนมั่นใจ ในการป้องกันควบคุมโรค รวมถึงแนวทางการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค และเน้นย้ำให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ยังคงรักษามาตรฐานป้องกันตัวเองให้เป็นนิสัย ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และไปในที่สาธารณะ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น หลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูกปาก และเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด คนรวมกันจำนวนมาก รับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสและแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น  รวมถึงงดแชร์ข่าวลือ หรือข่าวที่ไม่มีที่มาที่เชื่อถือได้ อย่าหลงเชื่อ Fake News สามารถรับฟังข่าวสารที่ถูกต้องได้โดยตรงจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่ง ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารเป็นระยะๆอยู่แล้ว  หากพบบุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่โรคติดต่อในพื้นที่ของท่าน หรือแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  โทร 053-211048-50

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here