เชียงใหม่เปิดรับสมัคร นายกและ ส.อบจ. วันแรก คึกคัก 2 กลุ่มใหญ่ เชียงใหม่คุณธรรม และ เพื่อไทย ส่งตัวเต็งเข้าแข่งเป็นนายก อบจ. ท่ามกลางกองเชียร์ล้นหลาม

       2 พ.ย. 63 ที่หอประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนที่จะถึงเวลาเปิดรับสมัคร 08.30น.จากการที่บรรดาผู้สนับสนุนผู้สมัครแต่ละรายต่างพากันมารอให้กำลังใจ โดยเบื้องต้นมีผู้สมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ 2 รายสำคัญที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาเปิดรับสมัคร คือ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ลงสมัครในนาม กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดๆ และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ที่ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ทำให้เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัคร ต้องใช้วิธีจับสลากเพื่อให้ได้หมายเลขผู้สมัครที่จะนำไปใช้ในการหาเสียง โดยปรากฏว่านายพิชัย ได้หมายเลข 1 และนายบุญเลิศ ได้หมายเลข 2 และใรนส่วนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า ทั้ง 2 กลุ่มใหญ่ คือ เชียงใหม่คุณธรรม และ เพื่อไทยได้ตกลงกันว่าจะใช้หลายเลขผู้สมัครเลขเดียวกับผู้สมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากผู้สมัครทุกคนมาก่อนเวลาเปิดรับสมัคร จึงสามารถตกลงกันได้  นอกจากผู้สมัครทั้ง 2 กลุ่มนี้แล้ว ยังมีผู้สมัครเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่อีกกลุ่มคือ กลุ่มประชารัฐ และได้หมายเลข 3 ไป

     ทั้งนี้ภายหลังจากยื่นเอกสารสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายบุญเลิศ เปิดเผยว่า ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ลงสมัครในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม พร้อมทั้งทีมผู้สมัครสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ครบทั้ง42เขตเลือกตั้ง ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนลงคะแนนเสียงให้จนชนะการเลือกตั้ง ได้กลับมาทำงานในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่สมัย รวมทั้ง ให้ความไว้วางใจเลือกสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาทำงานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในการแข่งขันเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีความหนักใจใดๆ มีเพียงเป็นห่วงบ้างในเรื่องของงานโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งหากชนะการเลือกตั้งก็สามารถมาสานต่อได้ทันที  โดยเชื่อมั่นว่าการที่ลงสมัครโดยไม่สังกัดพรรคการเมืองใดๆ จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการทำงานต่างๆ จะเป็นอิสระและไม่ถูกครอบงำเหมือนการสังกัดพรรคการเมือง ซึ่งผลงานที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีในการเข้าถึงประชาชนและน่าจะได้รับโอกาสอีกครั้งในการสานต่อการทำงาน

       ขณะที่นายพิชัย เปิดเผยว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ตัวเองและผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 42 เขตมีความมั่นใจอย่างมากในการเสนอตัวรับใช้ประชาชนและทำงานพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้มีความเจริญก้าวหน้า ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ทำงานและเข้าถึงประชาชนทุกระดับอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ชุมชนหมู่บ้านเพื่อรับฟังความต้องการที่จะนำมาใช้จัดทำเป็นแผนงานที่ตรงตามความต้องการของประชาชนและแก้ปัญหาตรงจุด อีกทั้งพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและทุกข้อเสนอแนะในการทำงาน ซึ่งเรื่องหลักที่จะทำหากชนะการเลือกตั้งจะมุ่งที่การสร้างรายได้และความอยู่ดีกินดีของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของเชียงใหม่ รวมทั้งการเกษตร,สุขภาพและอื่นๆ อย่างรอบด้าน  โดยจากการลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากฐานคะแนนเสียงของพรรคที่ชาวเชียงใหม่เกือบทั้งจังหวัดเชียงใหม่ให้ความไว้วางใจจนชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

      ทั้งนี้การรับสมัคร นายก และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่นั้นจะมีในระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. 63 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สมัครทยอยมาสมัครคนถึงวันสุดท้าย และมีการจับตาดูว่าจะมีกลุ่มการเมืองอื่นมาสมัครเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ทั้งนี้นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผ.อ.กกต.เชียงใหม่กล่าวว่า ทาง กกต เชียงใหม่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลิอกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้ หลังจากสิ้นสุดวันรับสมัคร  7 วัน คือในวันที่ 13 พ.ย. 63 โดยจะมีการนำไปติดประกาศให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้หลังจากที่ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้วถ้าผู้สมัครใดที่ไม่มีชื่อก็สามารถทำคำร้องมายัง ผ.อ.กกต.จังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำไม่มีชื่อในการมีสิทธิ์ลงเลือกตั้ง ซึ่งทาง ผ.อ.กกต.เชียงใหม่จะเป็นผู้รับเรื่องและส่งต่อให้ทาง กกต.วินิจฉัยว่าจะให้มีสิทธิ์ลงเลือกตั้งหรือไม่

     ส่วนด้านการหาเสียงของผู้สมัครในครั้งนี้ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผ.อ.กกต.เชียงใหม่กล่าวว่า ในการหาเสียงของผู้สมัครนั้นทาง กกต.เชียงใหม่ได้เชิญผู้สมัครมารับฟังระเบียบของ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามของการหาเสียง และเชื่อว่าผู้สมัครทุกคนจะรับทราบเป็นที่เรียบร้อยว่าอะไรสามารถทำได้หรืออะไรเป็นข้อห้ามในการหาเสียง โดยเฉพาะข้อห้ามที่ไม่นำเอาพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องในการหาเสียง และไม่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ หรือมีการ ปลุกระดม ข่มขู่  รวมไปใช้เงินในการซื้อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินกับชุมชน วัด หรือโรงเรียน  หรอืแม้กระทั่งการซื้อเสียง ซึ่งจะเป็นความผิดตามกฎหมาย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here