ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปลี่ยนระบบตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน

0
40

     ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประกาศเปลี่ยนระบบตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียนให้มีมาตรฐานตามเกณฑ์ความปลอดภัยด้านการบินขององค์การการบินระหว่างประเทศ เริ่มใช้ 1 ธ.ค.63 นี้

      17 พ.ย.63  นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 7/2564 ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมาตรการตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน จากระบบ Terminal Screening ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นระบบ In-Line Screening เพื่อให้มาตรการตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน เป็นไปตามกฎเกณฑ์ความปลอดภัยด้านการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 28 ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ลดโอกาสที่จะเกิดการแทรกแซงสัมภาระลงทะเบียน (สัมภาระที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน) ที่ผ่านการตรวจแล้ว รวมทั้งลดปัญหาความแออัดและความคับคั่งบริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสาร โดยจะเริ่มทดลองใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

      การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการคือ จะยกเลิกจุดตรวจค้นบริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสาร คงไว้แต่เฉพาะการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ตรวจสอบการสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการคัดกรองด้านสาธารณสุข ผู้โดยสารที่เข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารแล้ว หากไม่มีสัมภาระลงทะเบียน สามารถเช็กอินได้ตามช่องทางต่างๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน ตู้เช็กอินอัตโนมัติ หรือ Application จากนั้นเข้าสู่กระบวนการตรวจ X-Ray ก่อนขึ้นเครื่องตามปกติ สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระลงทะเบียน ต้องทำการเช็กอิน ณ เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน เพื่อรับบัตรผ่านขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) และติดป้ายติดประเป๋า (Baggage Tag) หลังจากนั้นนำสัมภาระที่มีป้ายติดกระเป๋าไปผ่านเครื่อง X-Ray ที่เชื่อมต่อกับสายพานลำเลียงกระเป๋า เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ซึ่งหากพบสัมภาระต้องสงสัย ก็จะดำเนินการตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยต่อไป

       ทั้งนี้การใช้ระบบ In-Line Screening ดังกล่าว จะทำให้กระบวนการเข้าสู่อาคารผู้โดยสารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ในระยะแรกผู้โดยสารที่มีสัมภาระลงทะเบียนอาจยังไม่คุ้นเคยกับการต้องนำกระเป๋าสัมภาระไปผ่านเครื่อง X-Ray และรอให้กระเป๋าสัมภาระผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ จึงอาจต้องเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนการรักษาความปลอดภัยทั่วไปภายในอาคารผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตระเวนมากขึ้น รวมทั้งใช้สุนัขดมกลิ่นเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารคับคั่ง

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here