ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ทดสอบระบบตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน แบบใหม่ In-Line Screening ก่อนให้ผู้โดยสารทดสอบใช้จริงในวันที่ 27 พ.ย. นี้ และจะเริ่มใช้จริง 1 ธ.ค. 63

        เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ และผู้บริหารสายการบิน ร่วมกันสังเกตการณ์ ซึ่งการทดสอบระบบตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน แบบใหม่ In-Line Screening ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยการทดสอบระบบได้จัดผู้โดยสารสมมติร่วมทดสอบ ตั้งแต่กระบวนการเช็กอิน ณ เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน การกำหนดเส้นทางให้ผู้โดยสารนำสัมภาระที่มีป้ายติดกระเป๋าไปผ่านเครื่อง X-Ray ที่เชื่อมต่อกับสายพานลำเลียงกระเป๋า เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้จะมีการทดสอบกับผู้โดยสารจริงอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างเวลา 21.00-23.45 น.ก่อนที่จะเริ่มใช้ระบบตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน แบบ In-Line Screening ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563

      รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นคือ จะยกเลิกจุดตรวจค้นบริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสาร จะเหลือไว้แต่เฉพาะการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ตรวจสอบการสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการคัดกรองด้านสาธารณสุข และมีการกำหนดประตูเข้าอาคารผู้โดยสารเป็นประตูหมายเลข 3, 5 และ 6 ส่วนประตูออกได้แก่ ประตูหมายเลข 1,2,4 และ 6 หลังจากผู้โดยสารเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารแล้ว หากไม่มีสัมภาระลงทะเบียน สามารถเช็กอินได้ตามช่องทางต่างๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน ตู้เช็กอินอัตโนมัติ หรือ Application จากนั้นเข้าสู่กระบวนการตรวจ X-Ray ก่อนขึ้นเครื่องตามปกติ ส่วนผู้โดยสารที่มีสัมภาระลงทะเบียน ต้องทำการเช็กอิน ณ เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน เพื่อรับบัตรผ่านขึ้นเครื่อง หรือ Boarding Pass และติดป้ายติดประเป๋า หรือBaggage Tag  หลังจากนั้นนำสัมภาระที่มีป้ายติดกระเป๋าไปผ่านเครื่อง X-Ray ที่เชื่อมต่อกับสายพานลำเลียงกระเป๋า โดยเบื้องต้นกำหนดให้ผู้โดยสารของสายการบิน นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์ เช็กอินและนำสัมภาระไปผ่านเครื่อง X-Ray ด้านพื้นที่สีแดง ส่วนผู้โดยสารของสายการบิน ไทยสมายล์ ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ทแอร์เช็กอินและนำสัมภาระไปผ่านเครื่อง X-Ray ด้านพื้นที่สีน้ำเงิน สำหรับผู้โดยสารที่มีอาวุธปืนยังคงต้องดำเนินการลงทะเบียนฝากอาวุธปืนตามปกติ ณ บริเวณประตูหมายเลข 3

      ทั้งนี้รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่าการใช้ระบบดังกล่าวในระยะแรก อาจมีผลต่อกระบวนการให้บริการผู้โดยสารบ้าง จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และท่าอากาศยานเชียงใหม่ และขออภัยในความไม่สะดวกในช่วงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here