ชาตรี เชื้อมโนชาญ นำทีมผู้สมัคร สท.กลุ่มเพิ่อไทยนครเชียงใหม่ เข้าร้อง กกต เชียงใหม่ กรณีผู้สมัครรายหนึ่งทำผิดกฏหมายเลือกตั้งด้วยการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ขณะที่ ผ.อ.กกต.เชียงใหม่ส่งตัวแทนรับหนังสือคาดใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 20 วัน

      30 มี.ค. 63 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายชาตรี เชื้อมโนชาญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้นำทีมผู้สมัครในนาม เพื่อไทยนครชัยงใหม่ที่ลงสมัครทั้ง 4 เขตเลือกตั้งในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยชาวบ้าน มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ผ.อ. กกต.เชียงใหม่ ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่เมื่อวันที่ 28 มี.ค.64 ที่ผ่าน ปรากฏว่าคะแนนของนายชาตรี เชื้อมโนชาญนั้นน้อยกว่า นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ที่ชนะการเลือกตั้งเพียง 2,485 คะแนนเท่านั้น

        ทั้งนี้ นายชาตรี เชื้อมโนชาญ ได้กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ของผู้สมัครรายหนึ่งและอยากให้ กกต ได้ไปตรวจสอบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่ส่งหลักฐานมาให้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นคลิปเสียงการชักชวนให้ไปเลือกผู้สมัครรายหนึ่ง ซึ่ง ขณะนี้กำลังรวมรวมหลักฐานต่างๆ และจำนำส่งให้ทาง กกต.เชียงใหม่พิจารณาอีกครั้งว่าการกระทำดังหล่าวจะเข้าข่ายการทำผิดกฎกหมายเลือกตั้งหรือไม่ และ จะมีการพิจารณาลงโทษกับผู้สมัครที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่

        ด้านนาย ทองเนตร ดูใจ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวหลังจากการรับหนังสือร้องเรียนจากทางนายชาตรี เชื้อมโนชาญ ว่าหลักฐานที่ผู้สมัครนำมามอบให้กับทาง กกต.นั้น ขั้นตอนต่อไปทาง ผ.อ. กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่จะพิจารณาดูว่ามีมูลเหตุชัดเจนเพียงพอก็จะมีการสั่งให้มีการไต่สวน แต่หากไม่เพียงพอก็จะรวมรวมเรื่องไว้ก่อน ซึ่งหากมีหลักฐานเพียงพอก็จะสั่งเรื่องให้ทาง กกต.กลางพิจารณา ซึ่งในส่วนของพื้นที่หากไม่มีการนำสำนวนส่ง กกต.กลางพิจารณาก็จะสามารถประกาศรับรองผลได้ภายใน 30 วัน แต่หากมีเรื่องร้องเรียนและส่งสำนวนให้กกต.กลางพิจารณาก็จะรับรองผลได้ภายใน 60 วันหรือรับรองผลไปก่อนแต่ก็พิจารณาสำนวนควบคู่กันไป

      ทั้งนี้ นาย ทองเนตร ดูใจ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าในส่วยของการเลือกตั้งในเขตเทศบาลยครเชียงใหม่ได้มีการร้องเรียนการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาแล้ว 2 เรื่อง ซึ่งทาง กกต.ก็ได้มีหลักฐานบางส่วนเก็บไว้แล้วจากชุดเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่เร็ว ในการลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับแจงเบาะแส ส่วนเรื่องของหลักฐานการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้นยอมรับว่าค่อนข้างยากที่จะพบหลักฐานซึ่งหน้า เนื่องจากการซื้อเสียงจะไม่ทำในที่สาธารณะ หรือมีหลักฐานทิ้งไว้ ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบส่วนหาหลักฐานอ้างอิงต่อไป

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here