เชียงใหม่ พบ ผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 2 รายเป็น 6 ราย  จังหวัดสั่งปิด Warm Up และ Ground นิมมานซอย 13 หวั่นเป็นแหล่งแพร่เชื้อหลัง พบผู้ป่วยเข้าใช้บริการ เป็นเวลา14 วัน และกำหนด ให้สถานบริการเปิดได้แต่ 23.00 น.

         รายงานข่าวจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้เปิดแถลงข่าวด่วนอีกครั้งในวันที่ 6 เม.ย. 64  โดยมีนายวีรพันธ์ ดีอ่อน รอง ผวจ.เชียงใหม่และ น.พ. จตุชัย มณีรัตน์ น.พ.สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แถลงข่าว ซึ่งทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า หลังจากที่จังหวัดเชียงใหม่ได้พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 4 คนเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 64 ที่ผ่านมาซึ่งทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร และในวันนี้ปรากฎว่ามีการพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ทั้งนี้ผู้ป่วยใหม่ทั้ง 2 รายนั้นมีความเชื่อมโยงในการเข้าไปใช้บริการในสถานบริการในจังหวัดเชียงใหม่  โดยผู้ป่วยทั้ง 2 รายนั้นนับเป็นรายที่ 74 และ 75 ของจังหวัดเชียงใหม่

                     ทั้งนี้ในผู้ป่วยรายที่ 74  นั้นเป็นหญิงอายุ 24ปี อาศัยอยู่ที่จังหวัดพะเยา มีอาชีพทำธุรกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และกลับเข้ามาใน เประเทศไทยเมื่อเดือน ธ.ค. 63 ได้ผ่านการตรวจและกักตัวตามกำหนดเป็นที่เรียบร้อย และกลับไปพักอาศัยที่จังหวัดพะเยาโดยตลอด แต่มามีการตรวจพบเชื้อในวันที่ 5 เม.ย. 64 เนื่องจากมาเข้ารับการตรวจเพื่อทำเอกสารรับรองประกอบการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนที่เข้ามาตรวจนั้นไม่มีอาการแต่อย่างใด  แต่จากการผลตรวจได้พบเชื้อโควิด-19 ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าเพิ่งติดเชื้อ ทั้งนี้จากากรนับถอยหลังไป14วัน ตรงกับ 22มี.ค.64 พบว่าใช้ชีวิตตามปกติอยู่ที่บ้านจังหวัดพะเยา ไม่ได้เดินทางไปไหน  แต่ปรากฏว่าในระหว่างวันที่ 27มี.ค.-3เม.ย.64 ผู้ป่วยได้เข้ามาอยู่ที่เกสเฮาส์ของญาติบริเวณคูเมือง จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อเตรียมตัวตรวจเชื้อก่อนไปสหรัฐฯ ระหว่างพักให้ข้อมูลว่าไปเที่ยวร้านWarm Up  และร้าน Ground ทุกวัน และในวันที่ 4 เม.ย.64 ไปรับประทานอาหารเช้าที่ร้านชีวิตชีวา ย่านศิริมังคลาจารย์ และอาหารเย็นที่ร้านพ้อตโต้ ย่านนิมมาน จึงวิเคราะห์ได้ว่าน่าจะรับเชื้อจาก Warm Up  และร้าน Ground รวมทั้งอาจแพร่เชื้อในร้านทั้ง 2 แห่งด้วย ทั้งนี้ผลตรวจยืนยันพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ารับการรักษาห้องแยกความดันลบ โรงพยาบาลนครพิงค์ และทางทีมสวบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่สอบสวนโรค ค้นหาผู้สัมผัสอยู่ระหว่างการติดตามและนัดตรวจหาเชื้อ และในช่วงเย็นวันนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสคร.1 เชียงใหม่ ได้จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมรถตรวจเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ลงไปตรวจพนักงาน ที่ Warm Up  และร้าน Ground ซ.นิมมาน 13 พร้อมทั้งให้กักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

      ผู้ป่วยรายที่ 75 ของจังหวัดเชียงใหม่นั้นเป็นชาย สัญชาติจีน อายุ 24 ปี อาศัยในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรีร่วมกับผู้ป่วยโควิด-19 ราย CM 73 ของจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 4 เม.ย. 64 เดินทางกลับมาเชียงใหม่  โดยไฟล์บิน FD3425 เข้าพักที่บ้านพักส่วนตัว และได้ทราบข่าวว่าเพื่อนติดเชื้อโควิด-19  จึงได้เข้าขอรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่  วันที่ 5 เม.ย.  64 ผลตรวจยืนยันพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ารับการรักษาที่ห้องแยกความดับลบโรงพยาบาลนครพิงค์

        ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้ แจ้งให้ผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามวันเวลาเดียวกันกับผู้ป่วยโควิด-19 มีความกังวลขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือติดต่อที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 053-211048-50, 084-805212

        และจากไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อพบว่า ได้มีการเข้าไปใช้บริการในสถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายแห่ง ดังนั้นทางจังหวัดเชียงใหม่โดยที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จึงได้มีคำสั่งให้ ปิดสถานที่ซึ่งเป็นสถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ จำนวน 2 ที่ ได้แก่ร้าน Warm Up Cafe และร้าน GROUND นิมมาน ซอย 13  เป็นระยะเวลา 14 วัน คือตั้งแต่วันที่ 6 -19 เม.ย. 64 โดยในช่วงที่ปิดทำการนั้น ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการ ได้ทำความสะอาดร้าน และให้พนักงานของร้านทั้ง 2 ร้าน เข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 และให้สังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

         นอกจากนี้แล้วนาย วีรพันธ์ ดีอ่อ่น รอง ผวจ.เชียงใหม่กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ยังมีคำสั่งให้สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ และร้านอาหารหรือเครื่องดื่มใช้สถานที่เพื่อการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. และในส่วนของร้านอาหารและเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการได้ แต่ห้ามจำหน่ายหรือบริโภคสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเวลา 23:00 น. ซึ่งให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดเพื่อเป็นการป้องกันควบคุมโรค หากฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 6 -30 เม.ย. 64 โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนี่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตราที่ 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 หรือ จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 18 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2558

 

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here