เรื่องอัปยศวงการสงฆ์ พระระดับเจ้าอาวาส 4 วัดในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งวงปาร์ตี้ซดเบียร์ในวัดหน้าองค์พระประธาน ดำรวจจับส่งศาลปรับเรียบร้อย ทางคณะสงฆ์นั้น จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะสรุปความผิดและลงโทษต่อไป

         30 ส.ค. 64 เมื่อคืนวันที่ 29ส.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บุกจับกุมกลุ่มพระสงฆ์ตั้งวงสังสรรค์รับประทานหมูกระทะและดื่มเบียร์กันอย่างเพลิดเพลินมีความสุข ภายในวัดปันเสา ซึ่งเป็นวัดชื่อดัง ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยพบของกลางจำนวนมากและทำการตรวจวัดพบว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย จึงควบคุมตัวนำไปสอบสวนที่สถานีตำรวจและดำเนินคดี พร้อมประสานพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยของคณะสงฆ์

        ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดภายในวัดปันเสา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบจับกุมนั้น มีพระสงฆ์ 4 รูป ที่เป็นระดับเจ้าอาวาส ได้แก่เจ้าอาวาสวัดปันเสา,เจ้าอาวาสวัดยางกวง,เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย และเจ้าอาวาสวัดบ้านปิง ซึ่งวัดทั้งหมดตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่

        

         ทั้งนี้ในช่วงเย็นวันที่ 30ส.ค.64 เวลาประมาณ17.00น. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ ควบคุมตัวพระครูปลัดสุรเดช สายแผ่เยือง อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดยางกวง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ , พระครูมนูญธรรมศาสถ์พุทธกร วิมุติญาณกุล อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ , พระอธิษฐณัฏฐ์ ปัญญาอิ่นแก้ว อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านปิง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่,นายสหการ สมศักดิ์ อายุ25ปี , พระภานุกร คำป็อก อายุ 42 ปี เจ้าอาวาสวัดปันเสา  , พระใบฏีกาอานนท์ ปัญญาปโตยานนท์ประทุม อายุ 35 ปี,พระทักษิณ ศรีธิ อายุ 36 ปี พระลูกวัดปันเสา และนายจรัสรวี ราชสมบัติ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 7คน ส่งฟ้องศาลแขวงเชียงใหม่ เป็นจำเลยที่1-8 ฐานความผิด พ.ร.บ.ควบคุมโรค และ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ศาลได้พิจารณาลงโทษ จำเลยที่ 1 ถึง 8 ฐานความผิด ตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ลงโทษให้เสียค่าปรับคนละ 10,000 บาท และจำคุก15วัน แต่โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 1 ปี นอกจากนี้ในส่วนของจำเลยที่1ถึง4 ยังถูกลงโทษ หามั่วสุมดื่มสุราในศาสนสถาน ให้เสียค่าปรับ คนละ 2,500 บาท ซึ่งหลังจากชำระค่าปรับแล้ว ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวทันที.

        ขณะที่นางจุรีรัตน์ ใจแข็ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับรายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าในจำนวนนี้มีพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาส 4 รูป โดยในการดำเนินการแบ่งเป็น2ส่วน ได้แก่ ทางกฎหมาย ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายความผิด พ.ร.บ.ควบคุมโรค และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการมั่วสุมดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและได้รับการประกันตัวแล้ว ส่วนทางคณะสงฆ์นั้น ทางพระปกครอง จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะสรุปความผิดและลงโทษต่อไป แต่เบื้องต้นทางคณะสงฆ์ได้สั่งการพระสงฆ์ที่เป็นระดับเจ้าอาวาส ให้พักการทำหน้าที่เจ้าอาวาสแล้ว ส่วนการลาสิกขานั้น เบื้องต้นพระสงฆ์ทั้งหมดยังไม่ได้ลาสิกขาแต่อย่างใด แต่หากคดีถึงที่สิ้นสุดแล้วว่ามีความผิดต้องโทษจำคุกก็ต้องลาสิกขาและสิ้นสุดความเป็นพระสงฆ์ ทั้งนี้ยอมรับว่ากรณีนี้ กระทบกระเทือนและทำร้ายความรู้สึกของชาวพุทธเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here