ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่  1 กันยายน 2564 ภายใต้การคุมเข้ม ให้ผู้โดยสารผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด

     นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการกลับมาเปิดให้บริการด้านการบินในวันที่ 1 กันยายน 2564 ตามการอนุญาตของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินการซ่อมแซมอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน มีการทำความสะอาดภายในอาคารและจุดสัมผัสต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ เปิดทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ อยู่เป็นระยะ รวมทั้งทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกวัน

     สำหรับบรรยากาศทั่วไปภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในวันที่ (31 สิงหาคม 2564) มีผู้ประกอบการ พนักงานสายการบิน เข้ามาทำความสะอาดสำนักงาน ร้านค้า เพื่อเตรียมเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ โดยในระยะแรกมีเที่ยวบินให้บริการเฉลี่ยวันที่ 10 เที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการเข้าพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ การลงทะเบียนในระบบ CM-CHANA การตรวจ Swab ผู้โดยสารที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือไม่มีผลการตรวจโควิดแบบ RT-PCR ที่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และรักษาระยะห่างในขณะรับบริการทุกขั้นตอน

     ทั้งนี้ในเรื่องของ มาตรการเปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่  1 กันยายน  2564 นี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการรองรับเพื่อเปิดเที่ยวบินโดยสารในประเทศได้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป โดยการเดินทางด้วยเครื่องบินจะเป็นไปในรูปแบบระบบปิดซึ่งสามารถคัดกรองผู้โดยสารและสอดรับกับมาตรการของ ศบค. ในการผ่อนผันให้เดินทางได้แต่ยังต้องเป็นไปด้วยความรัดกุม เพื่อให้ปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร

สายการบินต่าง ๆ จะเริ่มทำการบินเพื่อให้บริการผู้ที่มีความจำเป็น สามารถเดินทางออกจากพื้นที่สีแดงเข้มได้ในต้นเดือนกันยายนนี้ โดยสายการบินจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของมาตรการการเข้าออกจังหวัดพื้นที่ปลายทาง ผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางสามารถตรวจสอบมาตรการของ แต่ละจังหวัดได้จาก https://www.moicovid.com/

          สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อการเดินทาง (รายละเอียดตามมาตรการของแต่ละจังหวัด) สรุปได้ดังนี้

           เอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือเอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit (ATK) หรือ เอกสารที่แสดงถึงการได้รับการยกเว้น ตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด เช่น ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วไม่เกิน 90 วัน ผู้ผ่านการกักตัวแล้ว หรือผู้โดยสารตามโครงการพื้นที่นำร่องเปิดประเทศ (Sandbox) เป็นต้น

            สำหรับเอกสารยืนยันการได้รับวัคซีน ให้แสดงผลการฉีดวัคซีนที่ได้รับจากโรงพยาบาลหรืออาจใช้หลักฐานจากแอปพลิเคชันหมอพร้อมเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการตรวจหาการติดเชื้อ สามารถค้นหาสถานที่ตรวจได้จากเว็บไซต์ https://service.dmsc.moph.go.th/labscovid19/ ซึ่งจะมีรายชื่อห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองและสามารถออกเอกสารที่สายการบินยอมรับ ซึ่งปัจจุบันสมาคมสายการบินกำลังดำเนินการร่วมกับผู้จัดทำแอปพลิเคชันหมอพร้อม เพื่อให้สามารถแสดงหลักฐานการดำเนินการทั้งหมดบนแอปพลิเคชัน หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วจะสามารถนำมาใช้ประกอบการเดินทางได้

           

        ทั้งนี้ มาตรการสำหรับจำนวนผู้โดยสารในเที่ยวบิน ให้มีผู้โดยสารได้ไม่เกินร้อยละ 75 ของขีดความสามารถในการรับผู้โดยสารของเครื่องบินที่ใช้ในเที่ยวบินนั้น ๆ และสายการบินจะพิจารณาการจัดที่นั่งในเครื่องบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่าง แต่หากผู้โดยสารเดินทางมาด้วยกันสายการบินสามารถลดการเว้นระยะห่างได้แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย

       

        นอกจากนี้แล้วสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จัดทำมาตรการให้ครอบคลุมด้านการบริการทางอากาศเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าอาคารผู้โดยสาร การจัดระเบียบในอาคารผู้โดยสาร การจัดระเบียบการขึ้นลงอากาศยาน การจัดที่นั่งให้มีความเหมาะสมเพื่อสร้างระยะห่าง การวางแนวทางเดินของผู้โดยสาร รวมถึงขอความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารทุกท่านจะร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยสูงสุดและยังสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางได้ แม้ในสถานการณ์ที่ยังคงต้องระมัดระวังและให้ความร่วมมือในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ยังต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไปในขณะนี้

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here