ส.ว.ก๊อง เฮ กกต.ยกคำร้อง กรณี ทักษิณ หนุนเป็นนายก อบจ. พร้อม ส.อบจ.กลุ่มเพื่อไทยเชียงใหม่ 21 ราย ลากยาวอยู่ครบวาระ อนุกรรมการฝ่ายสืบสวนมีมติเสียงส่วนใหญ่ชี้ข้อกฎหมายไม่ห้ามคนอื่นหาเสียงให้  จึงไม่เข้าข่ายชี้นำ-แทรกแซง การที่ปชช.เลือกเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขณะที่ผอ.กกต.เผยยังไม่มีหนังสือแจ้งเป็นทางการ รอยืนยันก่อนเผยแพร่เป็นทางการ

                   23 ธ.ค. 64  แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายสืบสวน สอบสวน การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่ กรณีที่มีผู้ร้องไปยังกกต.ว่านายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ ส.ว.ก๊อง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ชนะเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 63 หรือ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนจดหมาย และทำคลิปวิดีโอลงเฟชบุ๊กส่วนตัว เพื่อสนับสนุนนายพิชัย จนได้รับเลือกตั้งดังกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว มีผู้ร้องนายพิชัย และ สมาชิกอบจ. อีก21 คนในกลุ่มเพื่อไทยเชียงใหม่ ที่ได้รับคะแนนสูงสุด รวม 24 คำร้อง

        แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการถกเถียงและเหตุผลว่าเนื่องจากไม่มีระเบียบ หรือข้อห้ามไม่ให้บุคคลอื่นหาเสียงให้กับผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครไม่ได้ร้องขอ จึงถือว่าคำร้องคัดค้านดังกล่าวตกไป และได้ส่งมติดังกล่าวให้กับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้มีการประชุมและได้มีมติด้วยเสียงข้างมากยกคำร้องเรื่องดังกล่าวทั้งหมดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 64 หรือ 2 วันที่ผ่านมา เนื่องจากนายทักษิณ ได้สนับสนุนเป็นการส่วนตัว หรือสิทธิส่วนบุคคล ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นอย่างใด ซึ่งนายพิชัย สามารถ บริหารงาน อบจ.ได้อีก 3 ปี จนครบวาระ

          ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีผู้ร้องได้ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ได้หาเสียงด้วยวิธีการหลอกลวง และจูงใจผู้ลงคะแนนให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมนั้น ไม่เข้าข่ายการชี้นำ แทรกแซง หรือบังคับให้ผู้มีสิทธิไปลงคะแนนดังกล่าว แต่ผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนนดังกล่าว ด้วยความสมัครใจ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ซึ่งการยกคำร้องดังกล่าว ทาง กกต. กลาง ไม่แถลงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการอย่างใด

           ด้านนายนพดล  สุยะ  ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีหนังสือแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจะสอบถามไปยัง กกต.กลาง ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร เพื่อความถูกต้องและชัดเจน ก่อนเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบอย่างเป็นทางการต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here